สภาวธรรมที่ควรรู้ 4 ประการ สมถะ วิปัสสนา สติ ปัจจุบันขณะ เป็นไฉน ??
 มหาราชันย์   18 ม.ค. 2554

 
สภาวธรรมที่ควรรู้ 4 ประการ
1.สมถะ
2.วิปัสสนา
3.สติ
4.ปัจจุบันขณะ
เป็นไฉน ??. 




สภาวะธรรมที่ควรรู้
๑.สมถะ สมถะมี ๕ สภาวะต่างกัน

๑.๑.สมถะที่ประกอบด้วยกามสัญญา ในอกุศลจิตและอกุศลวิบากจิต มีโลภะ โทสะ และโมหะเกิดขึ้นในจิต

๑.๒.สมถะที่ประกอบด้วยกามสัญญา ในกามาวจรกุศลจิตและกามาวจรกุศลวิบากจิต ขณะให้ทาน รักษาศีล เจ...ริญเมตตาธรรม เกื้อกูลแบ่งปัน มี อโลภะ อโทสะและอโมหะในจิตขณะนั้น

๑.๓.สมถะที่ประกอบด้วยรูปสัญญา ใน รูปาวจรกุศลจิตและรูปาวจรกุศลวิบากจิต ขณะเจริญรูปฌาน ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย

๑.๔.สมถะที่ประกอบด้วยอรูปสัญญา ในอรูปาวจรกุศลจิตและอรูปาวจรกุศลวิบากจิต ขณะเจริญอรูปฌาน ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย

๑.๕.สมถะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ ๑๐ ในโสดาปัตติมัคคจิต โสดาปัตติผลจิต สกทาคามีมัคคจิต สกทาคามีผลจิต อนาคามีมัคคจิต อนาคามีผลจิต อรหัตตมัคคจิต อรหัตตผลจิต ขณะเจริญมัคค ๔ ผล ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย.




สภาวธรรมที่ควรรู้

๒.วิปัสสนา วิปัสสนามี ๔ สภาวะต่างกัน
๒.๑.วิปัสสนาที่ประกอบด้วยกามสัญญา ในกามาวจรกุศลจิตและกามาวจรกุศลวิบากจิต ขณะให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาธรรม เกื้อกูลแบ่งปัน มี อโลภะ อโทสะและอโมหะในจิตขณะนั้น วิปัสสนาคือปัญญาเครื่องทำลายกิเลสที่ทำหน้าที่ละ โลภะ โทสะและโมหะอย่างหยาบได้

๒.๒.วิปัสสนาที่ประกอบด้วยรูปสัญญา ใน รูปาวจรกุศลจิตและรูปาวจรกุศลวิบาก ขณะเจริญรูปฌาน ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย วิปัสสนาคือปัญญาเครื่องทำลายกิเลสที่ทำหน้าที่ละนิวรณ์ ๕ ได้สำเร็จ

๒.๓.วิปัสสนาที่ประกอบด้วยอรูปสัญญา ใน อรูปาวจรกุศลจิตและอรูปาวจรกุศลวิบาก ขณะเจริญอรูปฌาน ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย วิปัสสนาคือปัญญาเครื่องทำลายกิเลสที่ทำหน้าที่ละนิวรณ์ ๕ ละรูปสัญญา ละปฏิฆะสัญญา และละนานัตตสัญญาได้สำเร็จ

๒.๔.ที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ ๑๐ ในโสดาปัตติมัคคจิต โสดาปัตติผลจิต ละนิวรณ์ ๕ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลพตปรามาสได้หมดสิ้น สกทาคามีมัคคจิต สกทาคามีผลจิตละนิวรณ์ ๕ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลพตปรามาสได้หมดสิ้น และละกามราคะ ละปฏิฆะอย่างหยาบได้ อนาคามีมัคคจิต อนาคามีผลจิต ละนิวรณ์ ๕ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลพตปรามาสได้หมดสิ้น และละกามราคะ ละปฏิฆะทั้งหยาบและละเอียดได้หมดสิ้น อรหัตตมัคคจิต อรหัตตผลจิต ละนิวรณ์ ๕ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลพตปรามาสได้หมดสิ้น ละกามราคะ ละปฏิฆะทั้งหยาบและละเอียดได้หมดสิ้น ละรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชาได้หมดสิ้น ขณะเจริญมัคค ๔ ผล ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย


สภาวะธรรมที่ชื่อว่า วิปัสสนา ไม่มีใน อกุศลจิตและอกุศลวิบากจิต.




สภาวธรรมที่ควรรู้

๓.สติ มี ๔ สภาวะต่างกันทำนองเดียวกันกับวิปัสสนา
๓.๑.สติที่ประกอบด้วยกามสัญญา
๓.๒.สติที่ประกอบด้วยรูปสัญญา
๓.๓.สติที่ประกอบด้วยอรูปสัญญา
๓.๔. สติที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ ๑๐ ในมัคค ๔ ผล ๔


สภวะธรรมที่ชื่อว่า สติ ไม่มีใน อกุศลจิตและอกุศลวิบากจิต.




สภาวธรรมที่ควรรู้

๔.ปัจจุบันขณะ
๔.๑.ปัจจุบันขณะในเหตุ และปัจจุบันขณะในผล

๔.๒.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยกามสัญญา ในกามาวจรอกุศลจิตและกามาวจรอกุศลวิบากจิต สักกายะทิฏฐิในทุคติภพย่อมเกิดขึ้น

๔.๓.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยกามสัญญา ในกามาวจรกุศลจิตและกามาวจรกุ...ศลวิบากจิต สักกายะทิฏฐิในสุคติภพย่อมเกิดขึ้น ได้แก่เกิดการเป็นมนุษย์ และสวรรค์ ๖ ชั้น

๔.๔.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยรูปสัญญา ใน รูปาวจรกุศลจิตและรูปาวจรกุศลวิบากจิต ขณะเจริญรูปฌาน ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย

๔.๕.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยอรูปสัญญา ในอรูปาวจรกุศลจิตและอรูปาวจรกุศลวิบากจิต ขณะเจริญอรูปฌาน ๔ จิตนั้นเป็นจิตที่สงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย

๔.๖.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ในโสดาปัตติมัคคจิต ต้องเจริญตรงนี้

๔.๗.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์สำเร็จแล้วในโสดาปัตติผลจิต

๔.๘.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ในสกทาคามีมัคคจิต ต้องเจริญตรงนี้

๔.๙.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์สำเร็จแล้วในสกทาคามีผลจิต

๔.๑๐.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ในอนาคามีมัคคจิต ต้องเจริญตรงนี้

๔.๑๑.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์สำเร็จแล้วในอนาคามีผลจิต

๔.๑๒.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์ในอรหัตตมัคคจิต ต้องเจริญตรงนี้

๔.๑๓.ปัจจุบันขณะที่ประกอบด้วยปัญญาเครื่องทำลายกิเลสสังโยชน์สำเร็จแล้วในอรหัตตผลจิต.




สภาวธรรมที่ควรรู้

ปัจจุบันขณะ ที่ผู้ปฏิบัติธรรม ต้องเจริญ เป็นปัจจุบันขณะ คือ
1.เจริญโสดาปัตติมัคคจิต เป็นปัจจุบัน
หรือ 2.เจริญสกทาคามีมัคคจิต เป็นปัจจุบัน
หรือ 3.เจริญอนาคามีมัคคจิต เป็นปัจจุบัน
หรือ 4.เจริญอรหัตตมัคคจิต เป็นปัจจุบัน


เจริญในธรรมครับ.




 เปิดอ่านหน้านี้  6178 

  แสดงความคิดเห็น


Warning: include(..//config.inc.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/widget1.php on line 108 Warning: include(..//config.inc.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/widget1.php on line 108 Warning: include(): Failed opening '..//config.inc.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/lib/php') in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/widget1.php on line 108

• โพธิสัตว์ฉัททันต์คำกลอน ภาคจบ ประพันธ์โดย สืบ ธรรมไทย

• โพธิสัตว์ฉัททันต์คำกลอน ภาค๒ ประพันธ์โดย สืบ ธรรมไทย

• โพธิสัตว์ฉัททันต์คำกลอน ประพันธ์โดย สืบ ธรรมไทย

• #ธรรมนำทางชีวิต

RELATED STORIES


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย