ปลูกพืชผัก เพาะเห็ด ผิดศิล5 ไหมครับ

 wakeup   7 เม.ย. 2554

คือเป็นสิ่งดีสิ่งหนึ่งที่เราช่วยันปลูกพืชผัก เพาะเห็ด กินเอง เหลือก็ขาย แต่สำหรับผู้ที่ตั้งใจถือศิล5 ข้อที่ว่าห้ามฆ่าสัตยว์ มันจะผิดศิลไหมครับ




คิดไปคิดมา โดยตรงอาจจะไม่ผิดศิล5 ข้อฆ่าสัตว์ แต่พื้นดินมันเต็มไปด้วยสัตว์ แล้วมันควรทำไงครับ


ถามยากเกินครับ ขอลองตอบดูนะครับแต่ถูกหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน ไม่ใช้คำว่าตอบดีกว่าเพราะไม่เก่งขนาดนั้น ใช้คำว่าขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนก็แล้วกันนะครับ

ผมว่าเจตนาเป็นตัวกรรมนะครับ ถ้าไม่ได้มี "จิตคิดจะฆ่า" ซึ่งเป็นองค์สำคัญของศีลข้อปาณาติบาตแต่รู้ว่ามันต้องตายด้วยการนี้ศีลไม่น่าจะถึงขนาดขาด เพราะ เห็น กับ ดู
ได้ยิน กับ ฟัง ได้กลิ่น กับ ดม รู้รส กับ ชิม ได้รับสัมผัส กับ ไปสัมผัส รู้ กับ คิด ก็ต่างกันตรงเจตนานี่แหละครับ ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็น "สักแต่ว่า" โดยไม่มีเจตนาเป็นเครื่องประกอบ ก็ไม่ได้หมายความว่า จิตคิดจะก่ออกุศลกรรม จะติดอยู่นิดนึงก็คือ รู้ว่าพวกมันจะต้องตายด้วยการทำอย่างนี้ของเราแล้วยังทำ ตรงนี้แหละที่ผมยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นแบบฟันธง อย่างหมู เป็ด ไก่ ที่เขาฆ่าขาย ถึงคุณไม่ซื้อเขาก็ฆ่าอยู่แล้ว แต่ผัก ถ้าคุณไม่ปลูก(ลงในดินที่มีสิ่งมีชีวิตที่ต้องเสียชีวิตจากการนี้)พวกมันก็ไม่ตาย ถ้าเลี่ยงได้ยากหรือแทบไม่ได้ในชีวิตฆราวาส ก็ คงต้องใช้ โยนิโสมนสิการ ว่า "เราจะปลูกผัก" ไม่ใช่ "เราจะฆ่าพวกมัน" อะไรอะไรน่าจะเป็นกุศลมากยิ่งขึ้นนะครับ

ส่วนสิ่งมีชีวิตในไฟลัม "ยูไมคอไฟตา" เช่น เห็ด รา ไม่ได้ปลูกลงดินนี่ครับ



รออ่านความเห็นท่านอื่นๆ อยู่ค่ะ อยากทราบเหมือนกัน -.-


@คืนถิ่น ผมถามยากหรือนี่ แปลกใจเลยนะเนี๊ย:-)
คือเห็นตอนนี้รณรงค์ปลูกผักกันทั่วซึ่งเป็นสิ่งดีในระดับหนึ่งแน่ๆ แต่ไม่รู้กันหรือว่ากำลังทำผิดศิลกันอยู่หรือเปล่า
คิดดูอีกที ก็เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะ คนคิดจะรักษาศิล5 มีน้อยมากกกกกกกๆๆๆๆ
ก็เลยไม่สนเรื่องนี้กันเท่าไหร่
@คืนถิ่น รู้เรื่องการปลูกเห็ดด้วยหรือครับเห็นพูดคำศัพท์ อะไรก็ไม่รู้ ผมไม่เข้าใจหรอก ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นครับ


ต้องออกตัวก่อน ยากสำหรับผมคนเดียวเองครับ สำหรับคนอื่นๆในที่นี้ซึ่งยังมีอีกมาก ผมว่ามีคนเก่งๆหลายคนนะครับ แต่ท่านอาจไม่ได้มาแสดงความคิดเห็นน่ะครับ

คือ ถ้าท่องพระไตรปิฏกมาตอบ คงไม่ยาก และอาจมีตัวอย่าง ในพระสูตร พระอภิธรรมหรือพระวินัยที่ก็อปปี้มาให้ดู

ที่ยากคือ ต้องพยายามประมวลความคิดรวบยอดให้ออกมาในแนวการถือศีลห้ากับฆราวาสวิสัยน่ะครับ เพราะกลัวโดนแย้งว่าอย่างนั้นเกิดเป็นฆราวาสก็ทำอะไรไม่ได้เลยน่ะซี เพราะดินก็มีอยู่ทุกที่แหละ ปั้นหม้อก็ใช้ดิน หรือ แม้เดินเฉยๆก็อาจไปเหยียบตัวอะไรตายได้ สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ถนนซีเมนต์ก็มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆมากมาย ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ออกจากบ้านไปไหนไม่ได้เลยใช่ไหม หากต้องการรักษาศีลข้อ 1 ให้บริสุทธิ์ ซึ่งผมคิดว่า อยู่ที่เจตนามากกว่า หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็คงต้องพยายามหัดคิดในสิ่งที่ไม่ไปย้ำอยู่กับการฆ่าแม้รู้ว่ามันจะต้องตายด้วยการนี้ ที่เลี่ยงได้ย่อมต้องเลี่ยง แต่ที่เลี่ยงไม่ได้คงต้องอยู่อย่างไม่มีความคิดเบียดเบียน มิฉะนั้นจะกลายเป็นการยึดมั่นในตัวศีลจนลืมเหตุผลของศีล กลายเป็น สีลพตุปาทานไป จะตอบว่าให้ปลูกในน้ำพวกสารอาหาร(เค้าเรียกว่าอะไรนะครับ)กลัวคุณหาว่ากวน

เคยอ่านหนังสือเค้าบอกว่าศีลข้อ กาเมสุมิจฉาฯ พระพุทธองค์แสดงแก่ฆราวาส สำหรับพระท่านแสดงศีลข้อ อพรัหมจริยาฯ น่ะครับ และเคยมีพระรูปนึงบอกผมว่า เพศฆราวาสนั้นเป็นทางที่คับแคบ

เคยอ่านเรื่องของพระจักขุปาลเถระ ที่ท่านตาบอดแล้วเดินจงกรม ไปเหยียบแมงเม่าตายแล้วมีภิกษุไปทูลฟ้องพระพุทธองค์พระพุทธองค์จึงถามว่าเธอเห็นหรือ ภิกษุตอบว่าไม่เห็นพระเจ้าข้า(เพิ่งเจอซากตอนเช้า) พระพุทธองค์จึงตรัสว่า จักขุปาลเธอก็ไม่เห็นเหมือนกัน(ถ้าเห็นท่านคงหลบ) พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ขึ้นชื่อว่าการเบียดเบียนย่อมไม่มีในพระขีณาสพ(พระจักขุปาลเป็นพระอรหันต์ขีณาสพ)

ไม่ใช่หมายถึงเดินแบบไม่สนใจอะไรเลยแล้วบอกว่าไม่ได้เจตนาแต่รีบไปยังจุดหมายเลยเหยียบดะนะครับ คิดว่าต้องใช้ "อินทรีย์สังวร" ก่อน จากนั้นถ้าพยายามเต็มที่แล้วยังพลาดอีก ค่อยพิจารณาประกอบกับองค์ของศีลอีกทีว่า่จะปรับอย่างไรให้เหมาะสมกับเพศภาวะของเรา ความจริงบนพื้นซีเมนต์ผมว่ายังมีโอกาสเหยียบมากกว่าอีก(ส่วนใหญ่เป็นมด) เพราะความยืดหยุ่นก็ไม่ค่อยมี สัตว์มุดหนีลงใต้ซีเมนต์ก็ไม่ได้ ผมออกจากบ้านยังหลบมดอุตลุตเพราะสังเกตดูบางทีเห็นพื้นถนนแดดร้อนเปรี้ยงยังมีมดเยอะ

ระวังน่ะครับเพราะถ้าฟันธงไปเลยว่าผิด เดี๋ยวถูกถามกลับว่า "แล้วจะให้ทำอะไรกิน ปลูกผักมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย" เลยขยักไว้หน่อยนึงว่า "ไม่สามารถฟันธงให้คุณได้ในกรณีที่รู้ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วมันจะต้องตายแล้วยังทำ" ซึ่งอาจเป็นความคิดเห็นที่ผิดพลาดก็ได้ เลยออกตัวว่าฟังหลายๆความคิดเห็นแล้วประมวลเอาเป็นความคิดแห่งการไม่เบียดเบียนของคุณเองดีกว่านะครับ สำหรับผมเอง คำถามที่ถามใครก็ไม่มีผู้รู้หรือบางทีเค้าก็ตอบไม่ตรงประเด็น(อาจเป็นเพราะผมสื่อสารไม่ชัดเจนก็ได้)ก็มาได้คำตอบที่นี่แหละครับ

อธิบายขยายความไม่เก่งเลยต้องพิมพ์ยาว ถ้าเยิ่นเย้อไปขออภัยด้วยนะครับ มีศัพท์บาลียาวๆปนอยู่บ้างถ้าสงสัยในความหมายลองหาดูในกูเกิ้ลนะครับ

สรุป บรรทัดเดียวเอง(อารัมภบทซะยาว) ที่ยากเพราะไม่เก่งน่ะครับ สำหรับคนเก่งไม่น่าจะยาก


ถ้าจะตอบที่ผมตั้งกระทู้ถามว่า"ปลูกพืชผัก เพาะเห็ด ผิดศิล5 ไหมครับ"
ก็ตอบได้ว่าไม่ผิดอยู่แล้ว
แต่เมื่อปลูกแล้วไปฆ่าสัตว์โดยตั้งใจก็บาป ถ้าไม่ตั้งใจก็ไม่บาป
ที่คุณคืนถิ่นบอกว่า "รู้ว่าพวกมันจะต้องตายด้วยการทำอย่างนี้ของเราแล้วยังทำ ตรงนี้แหละที่ผมยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นแบบฟันธง "
ผมว่าก็บาปซิครับ
ส่วนถ้าผมหรือใครๆซึ่งเดินอยู่ทุกๆวัน ก็คงไปเหยีบสัตว์ตายบ้างอยู่แล้ว แต่มื่อไม่มีเจตนาก็ไม่บาป ตามคำสอนของพุทธ(ใช่ไหม?) เพราะเราไม่รู้เลยได้เหยีบบ้างหรือไม่ ศีลเป็นเครื่องอยู่ของคนปรกติ ก็ใช้ชีวิตตามปรกติ ถ้ามีการตายไปบ้างโดนเราไม่เจตนาก็ไม่บาป
ผมก็ตีความ/เข้าใจตามนี้แล้วกันครับ
ถ้าผมจะปลูกพืชผัก ก็คงทำได้แต่น้อยๆ ถ้าต้องลงทุนทำเป็นธุรกิจคงไม่ทำเพราะเสี่ยงกับผิดศีลถ้าเกิดมีสัตว์แมลงมาทำลายพืชผักเราก็คงต้องจัดการมันไม่งั้นก็เจ๊ง
เวลาเดินบนพื้นดินพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้จ้องดูพื้นดินทุกย่างก้าวเพราะนั่นไม่ใช่วิธีของคนปรกติที่เดินไปไหนมาไหนกัน ถ้าเหยียบสัตว์ตายโดนไม่เจตนาก็เลยไม่บาป


เจตนา...เป็นสำคัญครับ ต้นไม้จัดเป็นสิ่งไม่มีชีวิตทางธรรม ในดิน..จุลินทรีย์ในดินจัดว่าไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แมลง,ไส้เดือนจัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตเรียกว่าชีวิตินทรีย์ประกอบด้วยรูปและนาม เชื้อโรคจุลินทรีย์จัดเป็นรูปที่ไม่มีวิญญาณครองแต่เคลื่อนที่ได้เพิ่มจำนวนได้ด้วยอุตุคือความร้อนและความเย็น


เจตนามีไหมในขณะขุดดิน ไม่เกี่ยวกันเลย ฆฏิการพราหมณ์เป็นพระอนาคามีบุคคลในสมัยพระพุทธเจ้านามว่ากัสสปะ ท่านเป็นช่างปั้นหม้อ ขุดดินปั้นหม้อและวางที่ตลาด ชนเหล่าใดประสงค์เอาหม้อดินไป ชนคนนั้นก็จะเอาเมล็ดข้าวเทใส่ในหม้อนั้น ฆฏิการพราหมณ์เลี้ยงดูบิดามารดาที่ตาบอดอย่างนี้ ไปดูฆฎิการสูตร เล่มที่เท่าไหร่ หน้าไหนจำไม่ได้แล้ว เคลียร์ไหม ?


 เปิดอ่านหน้านี้  3304 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย