ถามเรื่องสวรรค์

     

ตอนเป็นคนอธิษฐานกันว่าให้ทำบุญกันมากๆจะได้ขึ้นสวรรค์ อยากเรียนถามอย่างคนซื่อๆไม่รู้จริงๆว่าที่สวรรค์มีอะไร คนที่ไปสวรรค์คือคนมีบุญใช่หรือไม่ ไปอยู่ที่นั่นเมื่อญาติทำบุญอุทิศไปให้ได้รับหรือไม่ ได้ยินมาเหมือนกันว่าไม่ได้รับ ถ้าอย่างนี้ก็เหมือนตกนรกไม่ใช่หรือทั้งๆที่อยู่สวรรค์แต่ทำบุญไปหากลับไม่ได้รับแล้วจะได้รับอะไร ทานอะไร กินอะไร และมีสิทธิเกิดมาเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ กราบขอโทษมากๆที่ถามมากเรื่องเหลือเกิน คนมีความรู้น้อยแต่อยากรู้ก็ขอได้เมตตาตอบให้หายสงสัยด้วย ขอขอบคุณมากๆ




อยากเรียนถามอย่างคนซื่อๆไม่รู้จริงๆว่าที่สวรรค์มีอะไร
ที่สวรรค์ก็มีวิมาน (ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของเราๆชาวมนุษย์) เป็นที่อยู่อาศัยของชาวสวรรค์

คนที่ไปสวรรค์คือคนมีบุญใช่หรือไม่
ใช่ครับ คนเลวทำแต่บาป ไปสวรรค์ไม่ได้หรอกครับ

ไปอยู่ที่นั่นเมื่อญาติทำบุญอุทิศไปให้ได้รับหรือไม่ ได้ยินมาเหมือนกันว่าไม่ได้รับ
ไม่ได้หรอกครับ เพราะบุญของเขาเยอะพอแล้ว และเขาก็ไม่อยูในฐานะที่จะรับได้ด้วย

ถ้าอย่างนี้ก็เหมือนตกนรกไม่ใช่หรือทั้งๆที่อยู่สวรรค์แต่ทำบุญไปหากลับไม่ได้รับ
ใช่ครับ ... แต่มันเป็นความเหมือนที่แตกต่างกันนะครับ...
.... คนที่ไปเกิดบนสวรรค์ ไม่สามารถอนุโมทนาบุญที่มีผู้อุทิศให้ได้ คนที่ตกนรกก็ไม่สามารถอนุโมทนาบุญที่มีผู้อุทิศให้ได้เช่นเดียวกัน.........


แล้วจะได้รับอะไร
วิบากแห่งกรรมที่ได้ทำไว้ยังไงล่ะครับ ......... สัตว์นรก ก็ได้รับความทุกข์ นานัปปการ ส่วนชาวสวรรค์ก็ได้รับความสุขนานัปปการครับ

ทานอะไร กินอะไร
สัตว์นรกมีโทษกรรมกรณ์ (การถูกลงโทษ) เป็นอาหารครับ....... ส่วนชาวสวรรค์มีการเสวยสุขเป็นอาหารครับ...........

และมีสิทธิเกิดมาเป็นมนุษย์อีกหรือไม่
มีครับ.....ทั้งสัตว์นรก ทั้งชาวสวรรค์ ต่างก็มีอายุขัยด้วยกันทั้งนั้น เมื่อหมดอายุขัยก็ต้องย้ายจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่ง เช่น ตายจากสวรรค์ชั้นหนึ่งไปเกิดบนสวรรค์อีกชั้นหนึ่ง หรือไปเกิดบนโลกมนุษย์ หรือไปสู่อบายก็มี ข้างฝ่ายสัตว์นรกเมื่อหมดอายุขัยก็ยังอาจต้องมาเกิดเป็นเปรตเพราะเศษกรรมที่เหลือ หรือเกิดเป็นมนุษย์ก็มี แม้แต้ตายจากนรกแล้วบังเกิดบนสวรรค์ก็ยังมี...
สัตว์ทุกหมู่เหล่าล้วนสามารถท่องเที่ยวเวียนเกิดเวียนตายได้ในทุกๆภพภูมิ ตามแต่กรรมที่ได้ทำไว้และช่วงขณะเวลาที่กรรมเข้าให้ผลน่ะครับ (ยกเว้นพระอริยบุคคล...มีนิพพานเป็นที่ไปในเบื้องหน้า โดยส่วนเดียวครับ)



ท่านครับ ถ้าอยากรอรับส่วนบุญขอเชิญไปเกิดเป็น เปรตทัตตูปชีวีเปรตเอาใหมครับ เปรตพวกนี้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการอุทิศบุญของคนอื่นอย่างเดียว แต่อย่าลืมบอกพ่อแม่พี่น้องลูกหลานไว้ให้ดีก่อนตายว่าอย่าลืมทำบุญอุทิศไปให้ด้วยนะ

คนที่ไปสวรรค์คือคนมีบุญใช่หรือไม่ ไปอยู่ที่นั่นเมื่อญาติทำบุญอุทิศไปให้ได้รับหรือไม่ ได้ยินมาเหมือนกันว่าไม่ได้รับ ถ้าอย่างนี้ก็เหมือนตกนรกไม่ใช่หรือทั้งๆที่อยู่สวรรค์แต่ทำบุญไปหากลับไม่ ได้รับแล้วจะได้รับอะไร ทานอะไร กินอะไร
ไม่ทราบว่าไปได้ความรู้ผิดๆนี่มาจากใหนครับ

ที่เวปข้างล่างนี่เขาอธิบายเรื่องสวรรค์ทั้ง 6ชั้นอย่างละเอียดยิบเลย ว่างๆเข้าไปหาความรู้เสียจะได้จองที่ถูก
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=145844

อ้อ คำเตือน
อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า(คนอื่นอุทิศกุศลมาให้หลังมรณา)เลยรีบสะสมบุญของตนเองไว้ให้มากเถิด ทางทำบุญมีตั้ง 10อย่างนะครับ เรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ 10 (เคยได้ยินไหมครับ?)ได้แก่:


บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ
บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ คือ สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ หรือกล่าวอย่างง่ายๆว่า การกระทำที่เกิดเป็นบุญ เป็นกุศล แก่ผู้กระทำดังต่อไปนี้

1 บุญสำเร็จได้ด้วยการบริจาคทาน (ทานมัย) คือการเสียสละนับแต่ทรัพย์ สิ่งของ เงินทอง ตลอดจนกำลังกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยส่วนรวม รวมถึงการละกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ ออกจากจิตใจ จนถึงการสละชีวิตอันเป็นสิ่งมีค่าที่สุดเพื่อการปฏิบัติธรรม

2 บุญสำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล (สีลมัย) คือการตั้งใจรักษาศีล และการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดศีล ไม่ว่าจะเป็นศีล ๕ หรือศีล ๘ ของอุบาสกอุบาสิกา ศีล ๑๐ ของสามเณร หรือ ๒๒๗ ข้อของพระภิกษุ เพื่อรักษากาย วาจา และใจ ให้บริสุทธิ์สะอาด พ้นจากกายทุจริต ๔ ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักทรัพย์ ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม และเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท วจีทุจริต ๔ ประการ คือไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดปด ไม่พูดเพ้อเจ้อ และไม่พูดคำหยาบ มโนทุจริต ๓ ประการ คือ ไม่หลงงมงาย ไม่พยาบาท ไม่หลงผิดจากทำนองคลองธรรม

3 บุญสำเร็จได้ด้วยการภาวนา (ภาวนามัย ) คือการอบรมจิตใจในการละกิเลส ตั้งแต่ขั้นหยาบไป จนถึงกิเลสอย่างละเอียด ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นโดยใช้สมาธิปัญญา รู้ทางเจริญและทางเสื่อม จนเข้าใจอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เป็นทางไปสู่ความพ้นทุกข์ บรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด

4 บุญสำเร็จได้ด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ (อปจายนมัย) คือการให้ความเคารพ ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ ๓ ประเภท คือ ผู้มี วัยวุฒิ ได้แก่พ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้สูงอายุ ผู้มี คุณวุฒิ หรือคุณสมบัติ ได้แก่ ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้มี ชาติวุฒิ ได้แก่พระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์

5 บุญสำเร็จได้ด้วยการขวนขวายในกิจการที่ชอบ (เวยยาวัจจมัย) คือ การกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดี ที่เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม โดยเฉพาะทางพระพุทธศาสนา เช่น การชักนำบุคคลให้มาประพฤติปฏิบัติธรรม มีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น ในฝ่ายสัมมาทิฎฐิ

6 บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ส่วนบุญ (ปัตติทานมัย) คือ การอุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้กระทำไว้ ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง การบอกให้ผู้อื่นได้ร่วมอนุโมทนาด้วย ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ ได้ทราบข่าวการบุญการกุศลที่เราได้กระทำไป

7 บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา (ปัตตานุโมทนามัย) คือ การได้ร่วมอนุโมทนา เช่น กล่าวว่า “สาธุ” เพื่อเป็นการยินดี ยอมรับความดี และขอมีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาสได้กระทำ ก็ขอให้ได้มีโอกาสได้แสดงการรับรู้ด้วยใจปีติยินดีในบุญกุศลนั้น ผลบุญก็จะเกิดแก่บุคคลที่ได้อนุโมทนาบุญนั้นเองด้วย

8 บุญสำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) คือ การตั้งใจฟังธรรมที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน หรือที่เคยฟังแล้วก็รับฟังเพื่อได้รับความกระจ่างมากขึ้น บรรเทาความสงสัยและทำความเห็นให้ถูกต้องยิ่งขึ้น จนเกิดปัญญาหรือความรู้ก็พยายามนำเอาความรู้และธรรมะนั้นนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ สู่หนทางเจริญต่อไป

9 บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) คือ การแสดงธรรมไม่ว่าจะเป็นรูปของการกระทำ หรือการประพฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในทางที่ชอบ ตามรอยบาทองค์พระศาสดา ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น หรือการนำธรรมไปขัดเกลากิเลสอุปนิสัยเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา มาประพฤติปฏิบัติธรรมต่อไป

10 บุญสำเร็จได้ด้วยการทำความเห็นให้ตรง (ทิฏฐชุกัมม์) คือ ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ สิ่งที่เป็นแก่นสารสาระหรือที่ไม่ใช่แก่นสารสาระ ทางเจริญทางเสื่อม สิ่งอันควรประพฤติสิ่งอันควรละเว้น ตลอดจนการกระทำความคิดความเห็นให้เป็นสัมมาทิฏฐิอยู่เสมอ

บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการนี้ ผู้ใดได้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือยิ่งมากจนครบ ๑๐ ประการแล้ว ผลบุญย่อมเกิดแก่ผู้ได้กระทำมากตามบุญที่ได้กระทำ ยิ่งได้มีการเตรียมกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ตั้งใจจรดเข้าสู่ศูนย์กลางกาย หยุดในหยุด เข้าไปแล้วก็ยิ่งได้รับบุญมหาศาลตามความละเอียดประณีตที่เข้าถึงยิ่งๆ ขึ้นไป






อนุโมทนา ครับ


 3,834 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES




จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย