ศีล (สีล)
สวัสดีค่ะทุกท่าน
เช้านี้มาทบทวน "ศีล (สีล)" กันค่ะ
ปุจฉา : อะไรเป็นศีล?
วิสัชนา ๑ : ศีล โดยความหมาย (อรรถ) ว่า "ความปกติ"
ปุจฉา : ความปกติ เป็นอย่างไร ?
วิสัชนา : ความปกตินี้มี ๒ นัย
นัยที่ ๑ :- ความทรงอยู่อย่างเรียบร้อย หมายถึง มีกิริยาทางกายและวาจา ที่เรียบร้อย สำรวม ระมัดระวัง
นัยที่ ๒ : - ความรองรับ หมายถึง ศีลนั้นเป็นที่รองรับ หรือเป็นฐานให้ "กุศลธรรม" เกิดขึ้น
-------------
วิสัชนา ๒ : สิ่งที่ชี่อว่าเป็นศีลนั้น ได้แก่
- เจตนาเป็นศีล (เจตนา สีลํ) เจตนาของผู้เว้นจากการทำบาปธรรมทั้ง ๕ (เป็นอย่างน้อย) ได้แก่ เว้นจากปาณาติบาต เป็นต้น
- เจตสิกเป็นศีล (เจตสิกํ สีลํ) หมายถึง กุศลธรรมทั้งหลาย คือ ความไม่โลภ (อนภิชฌา), ความไม่อาฆาตมาดร้าย พยาบาท (ยพยาปาท) และ การมีความเห็นที่ถูกต้อง ที่ชอบด้วยปัญญา (สัมมาทิฏฐิ)
- ความสำรวมเป็นศีล (สํรโร สีลํ) - ความสำรวมเป็นศีล (สํรโร สีลํ) หมายความถึง ความสำรวม ความระมัดระวัง ได้แก่การสำรวมในศีล สำรวมอินทรีย์ (สำรวมสติ) , สำรวมในญาณ, สำรวมในขันติ และสำรวมในความเพียร
- ความไม่ล่วงเป็นศีล (อวีติกฺกโม สีลํ) หมายความถึง ความไม่ก้าวล่วงทางกายและทางวาจาของผู้สมาทานศีลไว้ คืองดเว้นที่ไม่ทำแม้อยู่ในสภาวะที่ทำได้
--------------------------
ศีลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นบาทเบื้องต้นในการก้าวเข้าสู่ความเจริญ ผู้ไม่มีศีล ศีลขาด ศีลทะลุ ศีลด่าง ศีลพร้อย ความบริสุทธิ์แห่งกายและจิตย่อมบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่เต็มเปี่ยม ...
..
เมื่อรู้ว่า ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย ก็ควรต้อง ปลงอาบัติ (เฉพาะภิกษุ) หรือ สำหรับผู้ครองเรือน ก็ตั้งใจสมาทานใหม่ ตั้งใจทำใหม่ และตั้งจิตไว้ว่าจะต้องทำให้ได้แล้วลงมือกระทำ ....
ผู้สนใจติดตามอ่านรายละเอียด (พอสังเขป) ได้ที่เฟลบุ๊คค่ะ
https://www.facebook.com/hinghoi.noi/
เอวํ โหตุ
นิษวัน วรานุสาสน์
- ความไม่ล่วงเป็นศีล (อวีติกฺกโม สีลํ)