ค้นหาในเว็บไซต์ :

การแสวงหาเกินพอดี การแสวงหาเกินพอดีเป็นเหตุให้เดือดร้อนทั้งตนและผู้อื่น และเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท เกิดการเบียดเบียน


คนเราในโลกนี้ มีผัสสะคือการสัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้นกายใจ นี่แหละเป็นเครื่องบังเอาไว้ ไม่ให้รู้สิ่งทั้งปวงตามที่เป็นจริง
.
นี่เป็นเหตุให้สำคัญผิด เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
.
สิ่งใดมากระทบ ก็ยึดถือสิ่งนั้นว่าของตน
.
จิตใจที่กระทบนั้น ก็ยึดถือว่าเป็นตัวตน เป็นของใหม่ เปลี่ยนหน้ากันเข้ามาไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั่งไม่รู้ว่าโดยเนื้อแท้ หรือตามธรรมชาติอันแท้จริงนั้นมันเป็นความเผาลน
.
ความที่สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามความต้องการของตนนั้น มันเป็นความเผาลนอยู่โดยเนื้อแท้ แต่สัตว์ทั้งหลายไม่รู้สึกว่าเป็นความเผาลน เพราะว่ามีผัสสะเสนอหน้าเข้ามาใหม่ ๆ เปลี่ยนแปลงอยู่ไม่รู้จักสิ้นสุด
.
สิ่งที่เราจำเป็นจริง ๆ ถ้าไม่มีแล้วจะต้องตายนั้น มีอยู่ไม่กี่สิ่ง เรียกว่าสิ่งจำเป็นแก่ชีวิต แต่สิ่งที่เรากำลังแสวงหาเพื่อผัสสะนั้น มันมากมายกว่านั้น หลายร้อย หลายพันเท่า
.
คิดดูให้ดี จะเห็นว่าเงินที่ใช้ไปนั้น ใช้เพื่อสิ่งที่เรียกว่าผัสสะนี้ มากกว่าใช้แก่ความจำเป็นแก่ชีวิตมากมาย หลายร้อยหลายพันเท่า ไปคิดดูให้ดี
.
สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องซื้อต้องหามานั้น มันมีการซื้อการหามา มากมายหลายร้อยหลายพันเท่ากว่าสิ่งที่จำเป็น นี่ก็เพราะผัสสะมันหลอก ผัสสะเป็นเครื่องบังหน้า หลอกสิ่งที่ไม่จำเป็น ให้เห็นว่าจำเป็น
.
ช่วยจำกันไว้ให้ดี ๆ ว่า สิ่งที่เรียกว่าผัสสะนี้ บังหน้า แล้วหลอกให้คนมันโง่ ให้เห็นสิ่งที่ไม่จำเป็นว่าจำเป็น ก็เลยเห็นเป็นสิ่งที่จำเป็นไปเสียหมด อะไร ๆ ก็จำเป็น เครื่องประดับประดา ตบแต่ง สวยงาม หรูหรา เครื่องสนุกสนาน เพลิดเพลิน ทางเนื้อ ทางหนัง เหล่านี้ ก็กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นไปเสียหมด
.
อย่างนี้พระพุทธเจ้า ท่านเรียกว่า ผสฺสปเรโต นี้ สัตว์โลกนี้มีผัสสะ ทางสัมผัส ทางเนื้อหนัง นี่แหละเป็นเครื่องปิดบัง เอร็ดอร่อยทางตาบ้าง เอร็ดอร่อยทางหูบ้าง เอร็ดอร่อยทางจมูกบ้าง ทางลิ้นบ้าง ทางผิวกายบ้าง หรือทางในใจเองบ้าง ล้วนแต่เป็นผัสสะนานาชนิด มันมีมากมาย และมีแปลก ๆ กัน สำหรับจะปิดบังจิตใจของสัตว์ ทำให้สัตว์สำคัญความเป็นเช่นนั้น ว่าเป็นสิ่งที่น่ารักน่าพอใจ อย่างนี้เรียกว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
.
สิ่งที่เรียกว่าผัสสะ หลอกให้มีการแสวงหาเกินพอดี การแสวงหาเกินพอดีเป็นเหตุให้เดือดร้อนทั้งตนและผู้อื่น และเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท เกิดการเบียดเบียน นี้เรียกว่าเป็นทางให้เกิดทุกข์ ให้เหนื่อยโดยไม่จำเป็นจะต้องเหนื่อย ให้ยุ่งยากลำบาก โดยที่ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากลำบาก
.
พอคิดดูให้ดีก็จะรู้สึกว่า ไม่รู้จะทำไปทำไมกัน
.
แต่พอโง่ไปก็พูดว่ายังไม่พอ ยังจะต้องเพิ่มอย่างนั้น ยังจะต้องเพิ่มอย่างนี้ ล้วนแต่สิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งนั้น อย่างนี้
.
พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า ท่านตรัสว่า เขาเห็นโลกโดยความเป็นตน "โลก" ในที่นี้คือความทุกข์ เขาเห็นความทุกข์เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาและก็เป็นตนหรือเป็นของตน
.
เห็นศัตรูเป็นมิตร เห็นกงจักรเป็นดอกบัว จึงได้ยาก มีความยาก มีความลำบาก มีความทนทรมาน อย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น อยู่ทั้งวัน ทั้งคืน
.
พุทธทาสภิกขุ

13







   

 ธรรมะไทย