ไม่มีความจริงใดที่สำคัญและลึกซึ้งเท่ากับการค้นพบว่า ตัวฉันนั้นไม่มีอยู่จริง
ชีวิตคือการแสวงหา บ้างก็แสวงหาความมั่งคั่ง บ้างก็แสวงหาอำนาจ บ้างก็แสวงหาความลับของจักรวาล แม้จะแสวงหาแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ปรารถนาความสุข
อย่างไรก็ตามผู้คนเป็นอันมากแม้จะค้นพบสิ่งที่แสวงหามานาน ก็ใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป มหาเศรษฐีพันล้านหลายคนไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนได้มา ผู้ปกครองเรืองอำนาจคนแล้วคนเล่าไม่มีความพึงพอใจในชีวิต ออรังเซ็บ จักรพรรดิผู้มั่งคั่งที่สุดของราชวงศ์โมกุล และมีอำนาจแผ่ขยายไปทั่วคาบสมุทรอินเดีย แม้ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่ก็หามีความสุขไม่ ก่อนสิ้นพระชนม์ได้เผยความในใจว่า “ฉันมาและไปเหมือนคนแปลกหน้า ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร หรือกำลังทำอะไรอยู่...ชีวิตนั้นมีคุณค่าอย่างมาก แต่จากไปอย่างสูญเปล่า”
ออรังเซ็บพบและมีทุกอย่างที่ตนแสวงหา แต่กลับไม่มีความสุขกระทั่งวาระสุดท้าย เพราะมีสิ่งหนึ่งที่หายไปจากชีวิตของพระองค์ นั่นคือคำตอบว่า “ฉันเป็นใคร” นี้คือโศกนาฏกรรมที่เกิดกับผู้คนจำนวนมาก
กล่าวได้ว่า ความสำเร็จในการแสวงหานั้นหาใช่หลักประกันแห่งความสุขไม่ หากสิ่งที่ตนค้นพบหรือได้มานั้นไม่ช่วยให้รู้จักตนเองเลย พูดอีกอย่างก็คือ เราจะพบความสุขอย่างแท้จริงต่อเมื่อรู้จักตนเอง การค้นพบอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการค้นพบตัวเองในมิติที่ลึกซึ้งที่สุด
การค้นพบว่า อะไรคือความปรารถนาในส่วนลึกของจิตใจ อะไรที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้อิ่มเอมอย่างแท้จริง และอะไรคือสิ่งที่เป็นคุณค่าและความหมายของชีวิต ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบความจริงเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งจะว่าไปแล้วไม่มีความจริงใดที่สำคัญและลึกซึ้งเท่ากับการค้นพบว่า “ตัวฉัน”นั้นไม่มีอยู่จริง หากเป็นสิ่งสมมุติที่ปรุงแต่งขึ้นมา และเป็นที่มาแห่งความทุกข์ทันที่ที่ยึดติดถือมั่นกับมัน
กล่าวอย่างถึงที่สุดคำตอบว่า “ฉันเป็นใคร” ไม่สำคัญเท่ากับว่า “ฉันเป็นอะไร”
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล