ค้นหาในเว็บไซต์ :

ทุกสิ่งที่มันมาเป็นเรา เกี่ยวข้องกับเรา เราสมมุติ ว่าเป็นเรา เป็นของเรา เราว่าเอาเองๆ ด้วยความโง่ของเรา ว่าสิ่งนี้ตัวเรา ว่าสิ่งนี้ของเรา นี่เราว่าเอาเองด้วยความโง่ของเรา ที่แท้มันเป็นของธรรมชาติ


ตามกฎของธรรมชาติ คำกล่าวที่น่าสนใจก็มีอยู่เช่นคำกล่าวที่ว่า "มันเหมือนกับเจ้าของยืม"
.
พระพุทธเจ้าก็ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ไอ้ทุกสิ่งที่มันมาเป็นเรา เกี่ยวข้องกับเรา เราสมมุติ ว่าเป็นเรา เป็นของเรา เราว่าเอาเองๆ ด้วยความโง่ของเรา ว่าสิ่งนี้ตัวเรา ว่าสิ่งนี้ของเรา นี่เราว่าเอาเองด้วยความโง่ของเรา ที่แท้มันเป็นของธรรมชาติ
.
ผู้ที่รู้จึงมองเห็น รู้สึกว่ามันเหมือนกับของยืม ต้องคืนเจ้าของ ตามสมมุตินี้ของที่ยืมมามันต้องคืนเจ้าของในสภาวะที่ถูกต้อง จะทำให้ผิดพลาดไปจากนั้นมันไม่ได้
.
อะไร ๆ ที่มันเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตก็ดี หรือตัวชีวิตเองก็ดี มันล้วนแต่เป็นของยืม คือยืมมาจากธรรมชาติซึ่งมีกฎของธรรมชาติควบคุมอยู่ เราต้องประพฤติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง
.
เจ้าของที่แท้จริงเขาสร้างไว้อย่างไรเราต้องทำอย่างนั้น แล้วเราก็ไม่ทะเลาะกับเจ้าของคือกฎของธรรมชาติ มันก็ไม่มีเรื่อง เพราะไม่ทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันเราสู้ไม่ได้ เราเป็นฝ่ายแท้ทุกทีเราต้องเป็นทุกข์ทุกที
.
ชีวิตนี้มันมีอย่างนี้เอง มันมีชีวิต มีจิต มีความรู้สึก มีกายเป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึก แล้วมันก็มีเครื่องติดต่อเกี่ยวข้องกับภายนอกคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่าเห็นอะไรให้มากไปกว่าว่ามันเป็นเครื่องติดต่อกับสิ่งภายนอก
.
เราจึงไม่หลงบูชาความเอร็ดอร่อยทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ เพราะว่าธรรมชาติให้ยืมมาสำหรับเป็นเครื่องใช้ติดต่อกับสิ่งภายนอก ให้มาร่วมมือกับสิ่งภายใน ช่วยกันให้ชีวิตตั้งอยู่ได้ก็พอแล้ว ถ้าเราทำเกินนั้น เรียกได้ว่าเราเป็นคนโกหก หลอกลวง คดโกง ขบถต่อเจ้าของเดิม มันก็ต้องถูกลงโทษคือเป็นทุกข์
.
พุทธทาสภิกขุ

8







   

 ธรรมะไทย