การด่วนสรุปนี่บางครั้งมันก็เกิดความเสียหาย ความคิดนี้มันก็มีประโยชน์ แต่ว่าถ้าเราเชื่อมันมากไป หรือด่วนเชื่อมัน มันก็พาเราเข้าเราเข้าพงได้ หรือพาเราไปสู่การกระทำที่เกิดความเสียหายตามมา
ธรรมดานะคนเรา พอเจอเหตุการณ์อะไรบางอย่าง มันก็อดไม่ได้ที่จะมีความคิดเกิดขึ้น แล้วก็รีบสรุปเลยว่านี่คือความจริงที่เกิดขึ้น ทั้งที่มันเป็นแค่ความคิด แต่ว่าก็ด่วนสรุปไปเสร็จแล้ว
หรือว่าด่วนเชื่อ พอด่วนเชื่อความคิดหรือด่วนเชื่อข้อสรุป มันก็ตามมาด้วยการต่อว่า แต่ก็ยังดีที่มารู้ความจริงจากเจ้าตัว แล้วก็ทำให้สามารถจะขอโทษขอโพย
แต่บางครั้งการด่วนสรุปของเรา พอเกิดความเสียหายแล้วมันแก้ไขได้ยาก หรืออาจจะแก้ไขไม่ได้เลย
อย่างมีผู้ชายคนหนึ่ง แกเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก ลูกห้ามว่าอย่าสูบบุหรี่มากเพราะว่าเดี๋ยวจะเป็นมะเร็ง ห้ามอย่างไรพ่อก็ไม่เชื่อ
สุดท้ายพ่อก็เป็นมะเร็งจริงๆ มะเร็งปอด ก็ต้องทำการรักษาฉายแสงฉีดคีโม คนไข้นี่อาการก็แย่ลงเรื่อยๆ ลูกชายก็เลยให้พ่อมาพักฟื้นที่คอนโดแห่งหนึ่ง อากาศดีหน่อย เป็นคอนโดที่ตัวเองซื้อเอาไว้แต่ยังไม่ได้มาอยู่เลย ก็ให้พ่อย้ายมาอยู่คอนโดเพราะมีคนคอยช่วยดูแล
พ่อตอนนั้นก็ยังพอจะเดินเหินอะไรได้บ้าง ไม่ถึงกับติดเตียง ลูกชายก็มาเยี่ยมเป็นครั้งคราว มีวันหนึ่งลูกชายเดินไปที่ระเบียง เห็นก้นบุหรี่ตรงพื้นระเบียงหลายอันด้วย พอเห็นนี่ก็โกรธเลยนะ ตรงไปต่อว่าพ่อ
พ่อทำไมสูบบุหรี่อีกแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าที่ตัวเองเป็นมะเร็งนี่เพราะสูบบุหรี่ แล้วพอเป็นมะเร็งแล้วเป็นอย่างไร ก็เป็นภาระของลูกๆ ทำไมไม่รักตัวเอง หรือถ้าไม่รักตัวเอง อย่างน้อยก็นึกถึงคนอื่นบ้าง ว่าเขาเดือดร้อนที่ตัวเองเป็นมะเร็ง ต่อว่าพ่อใหญ่เลย
พ่อก็บอกว่า “พ่อไม่ได้สูบ” ลูกบอก “ไม่ได้สูบได้อย่างไร นี่ก้นบุหรี่มันเยอะแยะไปหมดเลย มันเห็นชัดอยู่แล้วว่าพ่อนี่สูบบุหรี่ สูบแล้วยังปฏิเสธอีก”
ลูกก็ว่าพ่อ พ่อก็ปฏิเสธอยู่นั่นแหละ แต่ลูกก็ไม่เชื่อ และนับแต่นั้นมาความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกก็ไม่ค่อยดี ตอนหลังพ่อก็เสียชีวิต เสียชีวิตเพราะมะเร็ง
หลังจากจัดการเรื่องงานศพเสร็จ ลูกชายก็มาเก็บข้าวของของพ่อที่อยู่ในคอนโด แล้วก็มีช่วงหนึ่งก็เดินไปที่ระเบียง ปรากฏว่าเจอก้นบุหรี่หลายอันด้วย ก็แปลกใจ พ่อไปอยู่โรงพยาบาลตั้งนาน แล้วก้นบุหรี่นี่มาจากไหน
สักพักก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างบน แล้วก็ได้กลิ่นบุหรี่ ก็เลยรู้เลยว่าก้นบุหรี่ตรงระเบียงในห้องพ่อนี่ มันไม่ใช่บุหรี่ที่พ่อสูบ แต่มันเป็นบุหรี่จากคนที่อยู่ชั้นสูงขึ้นไป
เวลาเขาสูบบุหรี่ทิ้งก้นบุหรี่ลงมา บางทีลมพัด ก้นบุหรี่ก็ตกมาที่ระเบียงของห้องที่พ่อพักฟื้นอยู่ ลูกชายเลยรู้ความจริงเลยว่าจริงๆ แล้วพ่อไม่ได้สูบบุหรี่ ระหว่างที่อยู่ที่คอนโดของลูก แต่ว่าตัวเองก็ด่าพ่อไปเรียบร้อยแล้ว แล้วพ่อก็เสียชีวิตไปแล้ว
ตัวเองผิดนะที่ไปด่าพ่อ ทั้งที่พ่อก็ปฏิเสธ แต่ก็ไม่เชื่อพ่อ กว่าจะรู้ความจริงมันก็สายไปเสียแล้ว เพราะพ่อก็เสียชีวิตไปแล้ว แกรู้สึกผิดมากเลย เป็นความผิดที่ติดค้างใจ เพราะว่ามันไม่สามารถที่จะขอโทษพ่อได้
อันนี้ก็เป็นบทเรียนว่าคนเราอย่าด่วนสรุป แม้ว่าเหตุการณ์หรือว่าสถานการณ์มันจะชวนให้สรุปอย่างนั้น คือก้นบุหรี่มันอยู่ที่ระเบียงของห้องที่พ่อพัก แล้วใครจะสูบถ้าไม่ใช่พ่อ อันนี้ถ้าพิจารณาโดยใช้เหตุผล ใช้ตรรกะ
ที่จริงเรื่องนี้พระพุทธเจ้าก็เตือนเอาไว้แล้ว ว่า
#อย่าเชื่อเพียงเพราะรูปลักษณะมันน่าเชื่อถือ
#อย่าเชื่อเพียงเพราะตรรกะหรือการอนุมาน
แต่คนเราพอเจอภาพแบบนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะสรุปเลยว่า พ่อสูบบุหรี่แน่นอน ทั้งที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ยังไม่เจียมสังขาร ยังไม่ห่วงตัวเอง พอด่วนสรุปเข้าอย่างนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องต่อว่าด่าทอ แล้วเกิดผลเสียตามมา
คนเราเวลาเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ มันก็อดไม่ได้ที่จะมีความคิดผุดขึ้นมา แต่ถ้าเรามีความสุขุมรอบคอบสักหน่อย มันก็จะไม่ด่วนเชื่อความคิดที่มันผุดขึ้นมา
แต่ก็เป็นธรรมดาคนเราพอมีความคิดอะไรผุดขึ้นมาเป็นข้อสรุปของเหตุการณ์บางอย่าง มันก็เชื่อทันที แล้วก็คิดว่านี่คือความจริง
แต่ถ้าหากว่าเรามีความตระหนักว่าสิ่งที่เราคิด หรือความคิดที่มันเกิดขึ้น มันอาจจะไม่ถูกก็ได้ อาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้ มันก็จะทำให้คนเราพยายามหาความจริง และวิธีการหาความจริงคือการสอบถาม
แต่คนเราไม่ถาม เพราะเราเชื่อความคิดของเรา อันนี้เรียกว่า #ด่วนสรุป
การด่วนสรุปนี่บางครั้งมันก็เกิดความเสียหาย ความคิดนี้มันก็มีประโยชน์ แต่ว่าถ้าเราเชื่อมันมากไป หรือด่วนเชื่อมัน มันก็พาเราเข้าเราเข้าพงได้ หรือพาเราไปสู่การกระทำที่เกิดความเสียหายตามมา
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล