ไม่ใช่งามด้วยสังขารร่างกาย ไม่ใช่งามด้วยผิวหนัง แต่งามด้วยความเบิกบานอยู่ในใจ
มีผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่งเขียนบทความชื่อว่า The day I became invisible. เธอเล่าว่า ปกติเธอเชื่อว่าเธอมีหน้าตาและหุ่นดีชวนมอง หลังจากอายุเข้าสู่วัย ๔๐ กว่า วันหนึ่งเธออยู่กรุงลอนดอนเดินตามถนนรู้สึกแปลกๆ รู้สึกหนาวๆ ขึ้นมา เอ๊ะ เป็นอะไร ทำไมรู้สึกอย่างนี้ เธอเดินสวนกับผู้ชาย ๕-๖ คน แต่ไม่มีใครเหลือบมองดูเธอสักคนเดียว เหมือนกับว่าเธอกลายเป็นมนุษย์ล่องหนไม่มีใครมองเห็น รู้สึกเหมือนหายจากโลกนี้ไปเหมือนกับเป็นผี เธอบอกว่าทั้งๆ ที่ไม่คิดว่าตัวเองจะสนใจให้ผู้ชายมองดูตลอดเวลา แต่พอไม่มีใครเหลียวดู มันรู้สึกพลัดพรากจากสิ่งสำคัญในชีวิต เหมือนกับตัวเองไม่มีความหมายเสียแล้ว เหมือนเป็นผีลอยๆ ไม่มีใครเห็น
ที่เป็นเช่นนี้ถือว่าผลของกรรม กรรมที่ผู้ใหญ่ก่อเพราะชอบชมเด็กหญิงตลอดเวลาว่าสวย กรรมของเด็กที่ยินดีในคำชม อาตมาว่าการชมประเภทนี้บ่อยๆ หรือเป็นประจำคือการล้างสมองเด็กมากกว่า ทำให้เด็กเชื่อว่าความสวยของร่างกายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต คุณค่าของตัวเองอยู่ที่กาย
ความสวยของร่างกายมีผลดีต่อชีวิตหลายอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นภาระหนัก และอายุมันสั้น ปรารถนาความงามดีกว่า บางคนปฏิบัติธรรมเป็นผู้มีความอดทนมีเมตตามีคุณธรรมอยู่ในใจ ถึงไม่สวยในความหมายของโลกแต่เขางาม เคยสังเกตความแตกต่างระหว่างความสวยกับความงามบ้างไหม บางคนสวยเฉพาะเวลาหน้านิ่งเวลาถ่ายรูป แต่พอพูดพอแสดงอารมณ์ออกมาก็ไม่งามเลย ความเป็นคนเจ้าอารมณ์ขี้อิจฉาพยาบาท เป็นต้น ปรากฏแล้วก็ไม่งาม ไม่น่าดูเลย
ถ้าเราเอาความงามเป็นหลักเสียจะดีกว่า อายุ ๗๐ ปี ยังงามได้ ๘๐ ปี ก็ยังงามได้ ไม่ใช่งามด้วยสังขารร่างกาย ไม่ใช่งามด้วยผิวหนัง แต่งามด้วยความเบิกบานอยู่ในใจ ซึ่งแผ่ออกมาเป็นรัศมี อันนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังไม่มีตัวเสริมรัศมีอย่างนี้และวัดไม่ได้ด้วย แต่มันมีจริง เป็นรัศมีที่เกิดจากคุณธรรม
พระอาจารย์ชยสาโร