|
ท่านพระจุนทะ
เป็นบุตรของพราหมณ์นายบ้านชื่อว่า วังคันตะ และนางพราหมณีชื่อว่า
สารี เกิดในหมู่บ้านชื่อนาลกะ หรือนาลันทะแคว้นมคธ กรุงราชคฤห์
เดิมท่านชื่อว่าจุนทะ
เมื่อท่านเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว
ภิกษุทั้งหลาย มักจะเรียกท่านว่า มหาจุนทะ ถึงแม้เรื่องราวของท่านที่มีปรากฏในปกรณ์นั้น
ๆ โดยมากใช้คำว่า อายสฺมา มหาจุนฺโท แปลว่า ท่านมหาจุนทะ
แต่ที่เรียกว่า จุนทสมณุทเทศก็มี ท่านเป็นน้องชายของท่านพระสารีบุตร
และท่านได้เคยเป็นพุทธอุปัฏฐากองค์หนึ่งเหมือนกัน เมื่อครั้งพระบรมศาสดาเสด็จไปปรินิพพานที่เมืองกุสินารา
ท่านก็เป็นอุปัฏฐากติดตามเสด็จไปด้วยเรื่องราวของท่านมีปรากฏในปกรณ์หลายแห่ง
เมื่อพิจารณาตามประวัติของท่านแล้ว สันนิษฐานได้ว่า คงเป็นพระธรรมกถึกองค์หนึ่ง
เช่นสัลเลขสูตร ในมัชฌิมนิกาย หน้า ๖๖ มีความย่อว่า เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร
ใกล้พระนครสาวัตถี ท่านเข้าไปกราบทูลถามถึงทิฏฐิที่ประกอบด้วยคำของตน
เช่น เห็นรูป เป็นตน เป็นต้น และถ้อยคำของโลก เช่น เห็นตนและโลกเที่ยง
เป็นต้นว่า ภิกษุจะพึงทำอย่างไรดี จึงจะละทิฏฐินั้นได้เด็ดขาด
พระบรมศาสดาทรงแสดงวิธีขัดเกลากิเลสให้ท่านฟังโดยสิ้นเชิง
ท่านพระมหาจุนทะมีความปลาบปลื้มใจ อนุโมทนารับภาษิตของพระพุทธองค์ไปประพฤติปฏิบัติ
เรื่องที่ท่านให้โอวาทแก่ภิกษุโดยตรงก็มี เช่นที่มาในฉักกนิบาต
อังคุตตรนิกาย หน้า ๒๑ โดยความก็ คือ สั่งสอนไม่ให้ภิกษุถือพวกถือเหล่ากันยกภิกษุสองพวกนี้ขึ้นเป็นตัวอย่าง
คือ พวกภิกษุผู้เรียนคันถธุระฝ่ายหนึ่ง พวกภิกษุผู้เรียนวิปัสสนาธุระฝ่ายหนึ่ง
ตามปกติภิกษุย่อมจะสรรเสริญ แต่ฝ่ายของตน ติเตือนอีกฝ่ายหนึ่ง
ท่านสอนไม่ให้ทำเช่นนั้น สอนให้สำเหนียกศึกษาว่า ตนจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม
พึงทำความพอใจในอีกฝ่ายหนึ่ง สามารถสรรเสริญคุณความดีของกันและกัน
ทั้งสองฝ่าย
ท่านพระมหาจุนทะนั้น เมื่อครั้งพระสารีบุตรเถระ
ผู้พี่ชาย ไปนิพพานที่บ้านเดิมเพื่อโปรดมารดา ท่านได้ติดตามไปด้วย
และได้รวบรวมบาตร และจีวรพร้อมทั้งอัฐิธาตุ ของท่านพระสารีบุตร
นำมาถวายพระบรมศาสดาด้วย เมื่อท่านดำรงชนมายุอยู่โดยกาลสมควรแล้ว
ก็ดับขันธปรินิพพาน
|