พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก กรรม
Share |
ห่วงหนี้(หนังสือกรรมลิขิต)
ในกรุงสาวัตถี มีพ่อบ้านคนหนึ่งเสื่อมจากโภคสมบัติ ภริยาของเขาก็ตาย เขาให้ธิดาไปอยู่เรือนมิตรของตน ยืมเงิน ๑๐๐ กหาปณะ ลงทุนซื้อของบรรทุกเกวียนไปขาย ไม่นานก็ได้เงิน ๕๐๐ กหาปณะ อันเป็นกำไรพร้อมทั้งต้นทุนแล้วกลับมาพร้อมด้วยเกวียน ในระหว่างทางถูกโจรปล้น หมู่พ่อค้าเกวียนแตกกระจายหนีไป ฝ่ายพ่อบ้านนั้นซ่อนกหาปณะไว้ที่กอไม้แห่งหนึ่ง แล้วอยู่ในที่ไม่ไกล ถูกโจรจับฆ่าทิ้งเสีย ด้วยความโลภในทรัพย์เขาจึงบังเกิดเป็นเปรตในที่นั้นเอง
พวกพ่อค้าไปยังกรุงสาวัตถี เล่าเรื่องนั้นให้ธิดาของเขาทราบ นางเสียใจมาก ร้องไห้อย่างหนัก เพราะความตายของบิดาและคิดถึงความลำบากแห่งการเลี้ยงชีพ เศรษฐีสหายของบิดาจึงปลอบโยนนางว่า ภาชนะดินย่อมมีความแตกเป็นธรรมดา ชีวิตคนเราก็ย่อมต้องแตกดับเช่นกัน ดังนั้นเจ้าอย่าได้เศร้าโศกถึงบิดาให้มากนัก แล้วรับนางเป็นธิดาบุญธรรม นางจึงคลายเศร้าและเกิดความเคารพนับถือในเศรษฐีเหมือนเป็นบิดาจริง
วันหนึ่ง นางปรารถนาจะทำบุญอุทิศให้บิดา จึงไปที่วิหาร (วัด) ถวายข้าวยาคู น้ำ และมะม่วงสุก พระพุทธเจ้าทรงรับ แล้วแบ่งถวายภิกษุทั้งหลายอุทิศสงฆ์ เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยเสร็จและประทานพรแล้ว นางก็อุทิศส่วนบุญให้บิดา เมื่อเปรตนั้นอนุโมทนาแล้ว (พลอยยินดีที่ลูกสาวทำบุญ) ก็ได้สวนมะม่วง วิมาน และทิพยสมบัติอื่น
ต่อมา พ่อค้าเหล่านั้นได้ไปค้าขาย เดินทางไปตามทางและพักแรมในที่เดิม เปรตนั้นจึงแสดงตนพร้อมทั้งสวนและวิมาน พวกพ่อค้าถามว่า ได้มาอย่างไร เปรตตอบว่า ธิดาของเราได้ถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ แล้วอุทิศให้ข้าพเจ้า จากนั้นเปรตก็แสดงทรัพย์ ๕๐๐ กหาปณะนั้น แบ่งให้พวกพ่อค้ากึ่งหนึ่ง ที่เหลือให้ลูกสาวนำไปใช้หนี้
พวกพ่อค้ากลับมาถึงเมืองสาวัตถีแล้ว ได้บอกแก่ธิดาของเปรต แล้วให้ทรัพย์ส่วนที่พวกตนได้จากเปรตนั้นแก่นางด้วย นางได้นำ ๑๐๐ กหาปณะไปใช้เจ้าหนี้ แล้วให้ทรัพย์ที่เหลือแก่สหายบิดา เศรษฐีคืนทรัพย์นั้นให้นาง แล้วยกนางให้เป็นภรรยาของบุตรชายคนหัวปี มีบุตรด้วยกันคนหนึ่ง ต่อมานางได้ฟังธรรมและบรรลุโสดาบัน
(อรรถกถาอัมพวนเปตวัตถุ)
เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ปลายปีพ.ศ. ๒๔๘๕ ส.ต.ต.ปิ่น ละออพันธุ์ ได้สมรสกับน.ส.ประภา ขณะนั้นประจำการอยู่ที่สถานีตำรวจอำเภอวารินทร์ชำราบ จ.อุบลราชธานี เมื่ออยู่กันมา ๙ ปี ก็มีบุตรหญิงชายด้วยกัน ๓ คน
ต่อมา ปีพ.ศ. ๒๔๙๔ ประจำการอยู่ที่เขื่อนมโนรมย์ จ.ชัยนาท วันหนึ่งกลางปีนั้น ได้เข้าไปปฏิบัติราชการในตัวจังหวัด ขากลับรถประจำทางที่ส.ต.ต.ปิ่นโดยสารมาได้เกิดอุบัติเหตุ ถูกรถกรมชลประทานชนอย่างแรง เป็นเหตุให้รถโดยสารประจำทางพลิกคว่ำ คันเกียร์รถโดยสารเสียบปักที่อกด้านซ้ายของส.ต.ต.ปิ่น แล้วร่างยังกระเด็นออกไปนอกรถ จากนั้นกระสอบข้าวสารที่บรรทุกอยู่บนหลังคารถโดยสารก็ได้ตกลงมาทับตัว ส.ต.ต.ปิ่นได้ถึงแก่ความตายทันที
หลังจากนั้น ๕ วัน ตอนกลางคืน นางประภาผู้เป็นภรรยาได้ฝันเห็นส.ต.ต.ปิ่นแต่งเครื่องแบบแต่ไม่มีบาดแผลอย่างใด มายืนร้องเรียกอยู่ที่หัวบันไดบ้านว่า ภา ภา ให้เอาเงินไปใช้เจ๊กหูตูบค่ากาแฟ ๗๓ บาท มีเศษสตางค์ด้วย (ผู้เล่าลืมเศษสตางค์) ในฝันนางได้เรียกให้ ส.ต.ต.ปิ่นขึ้นบ้าน แต่ส.ต.ต.ปิ่นไม่ยอมขึ้น อ้างว่าจะไปราชการ
นางประภาไม่เคยรู้เรื่องหนี้สินมาก่อน และไม่เคยรู้จักเจ๊กหูตูบ จึงไปถามตำรวจที่เคยเป็นลูกน้องของส.ต.ต.ปิ่น เขาก็พานางประภาไปที่ร้านเจ๊กหูตูบ ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าน้ำมโนรมย์
เมื่อพบเจ๊กหูตูบ นางประภาก็ถามว่า ส.ต.ต.ปิ่นเป็นหนี้อยู่ ๗๓ บาท กับมีเศษสตางค์ใช่ไหม
เจ๊กหูตูบตรวจดูบัญชีแล้วตกใจร้องว่า เอทำไมตรงกันล่ะ
นางประภาจึงบอกว่า เมื่อคืนก่อนนี้ ส.ต.ต.ปิ่นมาเข้าฝันให้เอาเงินมาใช้หนี้ แล้วนางประภาก็นำเงินออกมาชำระหนี้ เจ๊กหูตูบร้องไห้โฮ และบอกไม่ยอมรับเงิน ขอให้นางประภาเอาเงินไปร่วมทำบุญด้วย
เรื่องนี้มีพยานหลักฐานคือนางประภาและบุตรชายหญิงของ ส.ต.ต.ปิ่น อีก ๓ คน เป็นเรื่องที่แปลกมหัศจรรย์
(กฎแห่งกรรม ของ ท. เลียงพิบูลย์ เล่ม ๖)
ประเด็นที่ควรกล่าวถึงมีดังนี้
๑. ทั้งสองเป็นบุคคลที่น่าสรรเสริญมาก เพราะมีความรับผิดชอบสูง ตายแล้วยังสั่งคนให้นำเงินไปใช้หนี้ ผิดกับบางคนทวงแล้วทวงเล่าก็ไม่ยอมใช้หนี้ ในศาลจึงเต็มไปด้วยคดีที่เกี่ยวกับหนี้สิน
๒. หนี้ที่นางประภาทราบจากความฝันตรงกับในบัญชี แสดงว่าส.ต.ต.ปิ่นคงจะมาเข้าฝันนางประภาจริง
๓. ชาณุสโสณิสูตร (๒๔/๑๖๖) ระบุว่า เปรตเท่านั้นที่อยู่ในฐานะที่สามารถรับส่วนบุญที่ญาติอุทิศให้ สัตว์นรก อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน ไม่อาจรับส่วนบุญที่ญาติอุทิศให้
๔. อรรถกถากล่าวว่า การอุทิศส่วนบุญจะสำเร็จได้ ต้องประกอบด้วยองค์ ๓ คือ ผู้ให้ทานตั้งใจอุทิศให้ เปรตอนุโมทนา (พลอยยินดี) ผู้รับทานมีศีลมีคุณธรรม ไม่เป็นผู้ทุศีล
๕. ผู้เรียบเรียงเคยได้ยินพระอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่า ญาติผู้หนึ่งของท่านตายแล้วไปเกิดเป็นเปรต พ่อบ้านในเรื่องนี้ก็เกิดเป็นเปรตเพราะความโลภในทรัพย์
๖. อรรถกถาธรรมบทกล่าวว่า ผู้ที่สิ้นชีพขณะกำลังโกรธจะไปเกิดในนรก
ที่มา : หนังสือกรรมลิขิต

DT012435
ธารา

13 พ.ค. 2555 เวลา 16:03 น.

โพสต์: 6
อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา: 0




ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 1728 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย