แต่ไม่ลอยลงมา
 ข้าพเจ้า   24 ต.ค. 2553

     เมื่อวานแลจันทร์นวลยวนตา
พิศเพ่งนภาอยู่กลางหาว
จะเด็ดชมภิรมย์ชื่นกับดวงดาว
เหนือฟ้าพราวสกาวตาน่าเชยชม

     ใต้ฟ้าเย็นเพ็ญพักตร์หรือจักรู้
พิศเพ่งดูหมู่ดินมิเห็นสม
น้ำท่วมซัดพัดคลื่นหมื่นระงม
ทั้งคลื่นลมมรสุมรุมชีวิน

     ฟ้ากับดินชิดกันถึงเพียงนี้
แสงจันทร์รี่กระทบจบแผ่นหิน
ใยจันทร์เจ้าไม่ล่องลงตรงพื้นดิน
ล่องนาวินแห่งโลกโศกด้วยกัน

     มาเถิดมารับเหล้าเคล้าอีกจอก
สัพยอกเศษซากความหฤหรรษ์
ดีจริงเอยเกิดมาเป็นพระจันทร์
ชื่นคืนวันเสวยฟ้าดาราพราว

พระจันทร์อยู่บนฟ้า
แสงต้องดิน
ฝูงชนแลเห็นถนัด
แลเห็นฝูงชนถนัด
แต่ทำไมไม่ลอยลงมา
แต่ทำไมไม่ลอยลงมา





เพิ่งสอบเสร็จครับ สวัสดี ทุกท่าน






ใยจักให้ลอยลงมา


เห็นจันทร์เพ็ญ ลอยเด่น บนฝากฟ้า
ใยจะจับ จันทรา สู่ดินได้
แสงนวลเย็น แห่งเพ็ญฟาก จากฟ้าไกล
ดูเหมือนใกล้ พสุธา สง่างาม

จันทร์คือจันทร์ แสงคือแสง แห่งรติ
ใย "ข้าพเจ้า" ดำริ น่าครั่นขาม
ยามเมฆดำ บังจันทรา ที่งดงาม
ทั่วเขตคาม ก็ไร้แสง แห่งจันทรา

จันทร์ก็จันทร์ แสงก็แสง แยกกันชัด
ใยจะจัด ให้เห็น เป็นปัญหา
ยามที่จันทร์ ลอยเด่น เย็นจับตา
ช่วยนภา ให้สว่าง กระจ่างใจ

ดุจพระผู้มี พระภาคฯ ผู้สง่า
เปรียบจันทรา ลอยฟ้าเด่น สว่างไสว
พระสัทธรรม ที่เลิศล้ำ กระจ่างใจ
เปรียบแสงจันทร์ สว่างไสว สู่เวไนยชน

ยินดีที่ ได้พบ ท่าน "ข้าพเจ้า"
หนุ่มผู้เยาว์ แห่งธรรมศาสตร์ อีกหนึ่งหน
ท่านหายไปนาน จากบ้านกวี ที่เคยยล
เกือบสี่ปี ก็มิพ้น มิลืมเลือน


เจริญในธรรมค่ะ




ฟ้ากับดินชิดกันถึงเพียงนี้
แสงจันทร์รี่กระทบจบแผ่นหิน
ใยจันทร์เจ้าไม่ล่องลงตรงพื้นดิน
ล่องนาวินแห่งโลกโศกด้วยกัน ... ข้าพเจ้า

ฟ้ากับดิน มิได้ใกล้ หรอกนะลูก
อย่าพันผูก ด้วยสังขาร พาลรังสรรค์
ทรงกล่าวไว้ สี่ สิ่งที่ อยู่ไกลกัน
ไม่มีวัน บรรจบเหมาะ เพราะห่างไกล

สิ่งที่ไกล กันนั้นหนา ธ ตรัสว่า
มิได้ใกล้ มิเข้ามา หากันได้
พระดำรัส ตรัสไว้ เพื่อสอนใจ
เหล่าเวไนยฯ พิจารณา มาไตร่ตรอง

หนึ่งนั้นหรือ คือ ฟ้า ไกลพสุธา
มิได้มา บรรจบ แยกเป็นสอง
อีกหนึ่งคือ สุริยา คราแสงทอง
แยกเป็นสอง กับอัสดง คงเข้าใจ

มหาสมุทร สองฝั่ง นั้นกว้างอยู่
น่าพิศดู ฝั่งนี้ นี่ไฉน
กับฝั่งโน้น คือฝากฝั่ง อันแสนไกล
มิเป็นไป กลายเป็น ฝั่งเดียวกัน

ไกลที่สี่ นี้หนา ท่านทรงชี้
เปรียบไว้ที่ ธรรมมา ที่รังสรรค์
ธรรมของสัต บุรุษ นั้นต่างกัน
กับธรรมอัน อสัตบุรุษ ที่ครองใจ

สัตบุรุษ คบกัน ด้วยธรรมา
ล้วนพึ่งพา ด้วยจิต มวลมิตรใส
เพราะเมธี คบเมธี ที่ดวงใจ
แลกเปลี่ยนใน ธรรมา น่าชื่นชม

อสัตบุรุษ คบกัน พลันต้องจาก
อธรรมพราก ดวงจิต มิตรขื่นขม
มิมีธรรม สมานธรรม จึงต้องตรม
สัตบุรุษ ชื่นชม สกฺกาธรรม (สักกาธรรม =ธรรมขาว


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









[๔๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย .............

สิ่งที่ไกลกันแสนไกล ๔ ประการ ๔ ประการเป็นไฉน


ดูกรภิกษุทั้งหลาย .......

ฟ้ากับแผ่นดิน นี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๑

ฝั่งนี้และฝั่งโน้นแห่งสมุทร นี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๒

พระอาทิตย์ยามขึ้นและยามอัสดงคตนี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๓

ธรรมของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ นี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไกลกันแสนไกล ๔ ประการนี้แล ฯ




จาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








กราบสวัสดีท่านกระบี่ไง
และแม่หิ่งห้อยน้อย ครับ

     จันทร์ก็จันทร์ ดินก็ดินต่างกันนัก
เห็นประจักษ์หลักนี้เช่นที่ถาม
แสงจันทร์นวลคือพระธรรมนำออกกาม
ที่ในยามราตรีอันมืดมน

     สัตบุรุษดั่งจันทร์ทอแสงแล้ว
แสนเพริศแพร้วลงมาดินจากเวหน
แต่ไม่ต่ำมาใกล้ปล่อยให้ยล
ดั่งผองชนผุ้แยกจากอสัจธรรม


ขอรับ





 เปิดอ่านหน้านี้  4882 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย