ความรักที่แท้...... 14 กุมภาพันธ์
 หิ่งห้อยน้อย   14 ก.พ. 2554

 
สาธุ สาธุ สาธุ






ความรักใด ไหนเล่า จะเท่ารัก
ที่ประจักษ์ แจ้งจิต พิสมัย
รักที่ได้ จากองค์ ภูวไนย
พระทรงชัย มอบรัก มอบเมตตา

ทรงปรารถนา ให้มวลมนุษย์ ไร้ทุกข์สิ้น
ทรงปรารถนา ให้ทุกจินต์ สมปรารถนา
ทรงปรารถนา ให้สัตว์โลก หลุดวัฏฏา
พระกรุณา ยากจะหา ใครเปรียบปาน

ให้ยึดมั่น ในกุศล เพื่อผลจิต
ทรงให้ชิด ติดกุศล ดลสืบสาน
คบกัลยาณมิตร เพื่อพาจิต ให้พ้นพาล
ทั้งทำทาน รักษาศีล ภาวนาธรรม


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ




 





ความรัก คือ .........

รักที่แท้ นั้นมี แต่การให้
ควรพินิจ ด้วยใจ ให้มากยิ่ง
หญิงกับชาย รักกัน หมายแอบอิง
มิวายทิ้ง กันไป ให้ระทม

แต่ถ้าเรา รักใคร ให้ด้วยรัก
ให้ความภักดิ์ ความหวังดี ที่เหมาะสม
ไม่หวังผล ตอบแทนใด จะไม่ตรม
อย่าเพียงหวัง ให้เขาชม ชื่นกลับมา

ถ้าทำได้ เช่นกล่าว เล่ามานี้
ดวงฤดี นี้สดชื่น รื่นหรรษา
เพราะว่ารัก อยู่บนฐาน ความเมตตา
อีกกรุณา ให้คนรัก นั้นสุขใจ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








ความรักที่ยิ่งใหญ่ และ สูงสุด คือ


ความรักในพระสัพพัญญุตญาณ

****************************

สหายพราน
เราให้งาเหล่านี้แก่ท่าน ใช่ว่าเราจะไม่รักของเราก็หามิได้
ทั้งเรามิได้ปรารถนาความเป็นท้าวสักกะ เป็นมาร เป็นพรหมเลย.

แต่เพราะงา คือ พระสัพพัญญุตญาณนั้น
เรารักกว่างาคู่นี้ ตั้งร้อยเท่าพันเท่า.
ขอบุญนี้จงเป็นปัจจัย
แห่งการได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ.



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







เพลงรักชาติ


ความรักอันใด แม้รักเท่าไหน
ยังไม่ยั่งยืน เช่นรักคู่รัก แม้รักดั่งกลืน
..ยังอาจขมขื่น ขึ้นได้ภายหลัง
แต่ความรักชาติ รักแสนพิศวาส
รักสุดกำลัง ก่อเกิดมานะ ยอมสละชีวัน
รักจนกระทั่ง หมดเลือดเนื้อเรา
ชีวิตร่างกาย เราไม่เสียหาย
ตายแล้วก็เผา ทุกสิ่งย่อมคลาด
เว้นแต่ชาติของเรา ไม่ให้ใครเข้า เหยียบย่ำทำลาย






ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ถ้าภรรยาและสามีทั้งสอง
พึงหวังพบกันและกันทั้งในปัจจุบัน และในสัมปรายภพ

ทั้งสองเทียวพึงเป็นผู้
มีศรัทธาเสมอกัน
มีศีลเสมอกัน
มีจาคะเสมอกัน
มีปัญญาเสมอกัน

ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น
ย่อมได้พบกันและกันทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ ฯ



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







ได้เคยอ่านร่ายยาวในคราวก่อน
เรื่องพระเวสสันดรแต่หนหลัง
ทั้งกัณหาชาลีมัทรียัง
ไม่เทียบทั้งโพธิญาณอันอุดม

ด้วยทานบารมีในทีนั้น
บัดนี้พลันทรงบรรลุสมประสงค์
อีกสั่งสอนสรรพสัตว์ด้วยโอฐองค์
ถึงทางตรงสิ้นทุกโศกวิโยคภัย

สี่อสงไขยแสนกัปนับไม่ถ้วน
กับโซ่ตรวนที่ชื่อ"กาลสมัย"
อัตวาทุปาทานอันเป็นไป
วันนี้ได้บารมีที่เอกองค์

เมื่อวางหมดก็ปลดพันธนาการ
คำว่า"รัก"ที่แท้"ม่าน"หรือ"บ่วงหงส์"
หลงตามหา"มายา"ที่มั่นคง
ทุกข์เท่านั้นคือทางตรงที่ได้มา

สองห้าห้าสี่ปีผ่านพ้น
พระศาสดาไม่ต้องวนสมปรารถนา
ทุกข์ก็แค่สุขก็แค่เวทนา
อุปาทานขันธ์ห้าหลอกว่าจริง

พระเมตตาอันยิ่งใหญ่ไม่กลับกลอก
ให้ความจริงไม่เคยหลอกบอกทุกสิ่ง
ศาสดาบรมครูผู้รู้จริง
รู้ทุกสิ่งรู้ทุกอย่างอันกว้างไกล

ข้าพเจ้าตาไม่ดีในที่แคบ
กับคำสอนที่ไม่แอบอ้างสมัย
อันว่ารักที่กว้างกว่าใครๆ
แสนภูมิใจได้มากจากพระศาสดา

แม้ล่วงเลยพุทธกาลมานานปี
เหล่าชาวพุทธผู้โชคดียังพร้อมหน้า
อาฬารหมาฆวิสาขบูชา
ด้วยซึ้งใจในมหากรุณาธิคุณ


สวัสดีครับทุกๆท่าน แหะ แหะ ไม่ค่อยกล้าอ้างพุทธพจน์(เดี๋ยวผิดอีก) เอาที่อ่านแล้วจำได้จาก
"พุทธโอวาส 3 เดือนก่อนปรินิพพาน" ดีกว่า " ความรักคือความร้าย เมื่อใดมีความรักหัวใจจะทอประกายขึ้นอย่างเจิดจ้า แต่ทุกครั้งที่เราหวังความผิดหวังจะรอเราอยู่ ยิ่งความรักที่เจือด้วยสเน่หายิ่งแล้วใหญ่" เพิ่งอ่านหนังสือที่มีเรื่องฆาตกรรมซึ่งเกิดจากความรัก คือ คดี นวลฉวี(คนไทยคงรู้กันทั่วคดีนี้ดัง) บางคนว่านวลฉวีขี้หึงเกินเหตุ บางคนว่าหมออธิปเหี้ยมโหด ผมคิดว่ามาจากรักที่คิดจะครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวที่เรียกว่า possessive ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ลงเอยคือ พังทั้งคู่(ตรงนี้ขอให้อย่าเพิ่งพิจารณามิจฉากาเมเป็นอธิบดีนะครับ คิดว่า ปาณาติบาตเป็นอารมณ์อธิบดี)
นึกถึงพุทธวาจา(ถ้าผิดหรือพลาดขออภัยด้วยนะครับไม่ได้คิดจะกล่าวตู่พระพุทธพจน์เลย)นึงที่ว่า "ตราบใดยังท่องเที่ยวในวัฏสงสาร การพ้นจากนรกไม่ใช่วิสัยที่เป็นไปได้"

แบบที่คุณหิ่งห้อยน้อยกล่าวมานั้นผมว่าดีที่สุดเลย รักแบบเมตตา ไม่หวังเป็นเจ้าเข้าเจ้าของหรือหวังผลตอบแทนใดๆ อย่างที่พระบรมศาสดารักพวกเรา เราจึงบูชาท่านที่สุดเลยเพราะท่านทำได้ในสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ยาก

อันนี้เป็นร้อยแก้วเกี่ยวกับชาติที่พระองค์เป็นพระเวสสันดรดังกลอนกล่าวนะครับ
"เราจะเกลียดบุตรทั้งสองของเราก็หาไม่ เราจะเกลียดพระนางมัทรีก็หาไม่ แต่พระโพธิญาณเป็นที่รักยิ่งของเรา" คือที่อ่านมาพระองค์ตรัสประมาณนี้อ่ะครับ และพระองค์ไม่เห็นปรารภเลยครับว่าใครคือผู้มาขอ ต่อให้เป็นชูชกท่านก็ให้ เดี๋ยวนี้บางคนบอกห้ามให้ทานขอทานตาม....
ไม่ได้บอกให้ให้หรือไม่ให้นะครับ

อันตัวเราผู้ทำทานเหมือนตัวปลา พระโพธิญาณภายหน้านั้นคือไซ (พระองค์พิจารณาบารมีธรรมเพื่อดับโทสะน่ะครับ ไม่งั้นชูชกคงไม่รอด.......รายละเอียดดังในร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์กุมารครับ)






ขออนุญาตคุณ หิ่งห้อยน้อย ครับ ผิดอีกแล้ว
พิมพ์คำว่า " อาสาฬหบูชา " ผิด ขอแก้ไว้ในที่นี้เลยนะครับ
กลอนวรรครองสุดท้าย ต้องเป็น

อาสาฬหมาฆวิสาขบูชา ครับ

ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้และขออภัยท่านผู้อ่านด้วยนะครับ ไม่อยากเผยแพร่อะไรออกไปผิดๆเลยครับ ยิ่งเกี่ยวกับพระรัตนตรัยยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ




 เปิดอ่านหน้านี้  4653 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย