ไม่ว่าเจตนาของใครจะเป็นอย่างไร เรามีหน้าที่ดำรงความเป็นกัลยาณมิตร และพูดในสิ่งที่เรารู้ว่าเป็นจริง ด้วยความสุภาพ เหมาะแก่กาลและเป็นประโยชน์
การเจริญสติขณะพูดเป็นเรื่องยาก เพราะต้องระมัดระวังทั้งวาจาของเราเองและปฏิกิริยาของเราต่อวาจาของอีกฝ่ายไปพร้อมๆ กัน
เราจะพูดคุยกับคู่สนทนาได้ดีขึ้น หากหมั่นตรวจสอบว่าคำพูดของเราเป็นไปตามหลักต่อไปนี้หรือไม่
๑. ถูกกาละเทศะหรือไม่ถูกกาละเทศะ
๒. เป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริง
๓. สุภาพหรือหยาบคาย
๔. เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์
๕. มีเจตนาเป็นกุศลหรืออกุศล
ข้อพึงพิจารณาเหล่านี้อาจสลับสับเปลี่ยนไปในหลายทาง และเราพึงไตร่ตรองให้ดี เช่น บางคนอาจพูดถูกกาละเทศะ เป็นความจริงและก่อประโยชน์ แต่พูดด้วยกิริยาหยาบคาย บุคคลนั้นอาจพูดด้วยความหวังดีหรือความรู้สึกอื่น เช่น มุ่งร้ายหรือดูถูกก็ได้
ไม่ว่าเจตนาของใครจะเป็นอย่างไร เรามีหน้าที่ดำรงความเป็นกัลยาณมิตร และพูดในสิ่งที่เรารู้ว่าเป็นจริง ด้วยความสุภาพ เหมาะแก่กาลและเป็นประโยชน์
ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร