ค้นหาในเว็บไซต์ :

เราทุกข์เพราะหลง


มีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้เรียนรู้ และเกิดปัญญาเพราะความทุกข์ “แพรว” เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เจอทุกข์ทางกายอย่างหนัก เธอเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ปลายประสาท โรคนี้หายยากกว่าโรคทั่ว ๆ ไป ใครเป็นโรคนี้แล้วในที่สุดก็ขยับตัวไม่ได้

เธอเริ่มเป็นตอนอายุไม่มาก เวลาไปโรงเรียนคุณพ่อก็ต้องอุ้มไปส่ง พอโตขึ้นคุณพ่อก็ต้องเอาขี่หลังไปโรงเรียน ตอนหลังคุณพ่อแบกเธอไม่ไหว เพราะคุณพ่อเองก็เริ่มแก่ชราลง ลูกก็โตขึ้นทุกวัน สุดท้ายเธอก็ได้แต่นอนอยู่ที่บ้านไม่สามารถไปโรงเรียนได้ จะขยับอะไรก็ทำได้ยาก จะยกมือยกแขนก็ลำบาก กลายเป็นภาระของครอบครัวเพราะต้องมีคนมาดูแลเธออยู่ตลอดเวลา

เธอเคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม นอนนิ่งยิ่งกว่าคนที่ป่วยเป็นอัมพาตเสียอีก คนที่เป็นอัมพาตยังพอขยับอะไรได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังหายใจได้สะดวก แต่คนที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้นอย่างเธอ นอกจากขยับเขยื้อนไม่ได้ แล้วก็ยังหายใจลำบากด้วย เพราะปอดทำงานได้แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ช่วงหนึ่งเธอไม่มีความหวังกับชีวิตเลย

แต่มีอยู่วันหนึ่งที่เธอมีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น มีคนอ่านนิยายให้เธอฟัง เธอจึงอยากเขียนนิยายบ้าง เธอไม่สามารถพิมพ์ด้วยนิ้วอย่างคนปกติ ต้องงอนิ้วแล้วใช้ส่วนที่งอนั้นกดแป้นพิมพ์ในโทรศัพท์มือถือ เธอทำวันแล้ววันเล่าจนเขียนนิยายจบเล่ม เมื่อเธอเขียนเสร็จ ก็มีสำนักพิมพ์ซื้อไปพิมพ์ ทำให้เธอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

จนถึงตอนนี้เธอเขียนนิยายมาแล้ว ๑๔ เล่ม กลายเป็นเสาหลักของครอบครัว รายได้จากนิยายของเธอสามารถจุนเจือได้ทั้งครอบครัว นอกจากส่งเสียค่าเล่าเรียนของน้องแล้ว ยังช่วยแม่ด้วย เพราะแม่ตกงาน ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูแลตัวเองไม่ได้ แต่กลับสามารถดูแลครอบครัวได้ โดยอาศัยจินตนาการสรรค์สร้างนิยายขึ้นมาจากปลายนิ้ว

ทั้ง ๆ ที่เธอมีความทุกข์มาก แต่ก็ทุกข์กายมากกว่าทุกข์ใจ เธอพูดให้ข้อคิดที่ดีมากว่า “ความทุกข์ได้ให้อะไรเรามากกว่าความสุขเสียอีก ความสุขจะทำให้เราฟุ้ง ล่องลอย แต่การที่เรามีความทุกข์จะช่วยให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้อยู่กับความเป็นจริง ซึ่งมันดีกว่าการล่องลอยมาก”

หากใคร่ครวญดี ๆ จะพบว่าความทุกข์ใจนั้นไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก มันเกิดจากใจของเรา ใจที่วางผิด ใจที่หลง ใจที่ไม่เห็นความจริง หรือใจที่ลืมตัว หลงจมอยู่กับความทุกข์ คนเราทุกข์เพราะหลง แต่ความทุกข์นั้นเองทำให้เราเห็นความจริงได้ เพราะอะไร ก็เพราะเราหันมาพิจารณาความทุกข์ เมื่อเราพิจารณาความทุกข์ก็ทำให้เราเห็นความจริง

เป็นเพราะเหตุนี้เมื่อพระพุทธเจ้าทรงสอนอริยสัจ ๔ จึงทรงยกเอาทุกข์เป็นอริยสัจข้อแรก พระองค์ตรัสว่า ทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องกำหนดรู้ให้รอบ ให้ทั่วถึง ท่านทรงใช้คำว่าปริญญา คือ รู้รอบรู้ทั่ว หมายความว่า ทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน จะทำให้เกิดปัญญาที่ทำให้ออกจากทุกข์ได้ แต่การที่เราจะเห็นความจริงอย่างรอบด้านก็ต้องเจอทุกข์ด้วยตัวเองก่อน เมื่อเราเห็นทุกข์ พิจารณาทุกข์ ปัญญาก็จะเกิดขึ้น

คนเราเมื่อเกิดทุกข์ ก็มักหลงเข้าไปเป็นผู้ทุกข์ แต่ถ้ามีสติ จิตก็จะออกจากทุกข์ มาเป็นผู้เห็นทุกข์ พิจารณาทุกข์อย่างรอบด้านทั่วถึง ความทุกข์ที่พิจารณานั้นไม่ใช่ความทุกข์ที่ไหน ก็เป็นความทุกข์ที่เกิดจากความหลงนั่นเอง เมื่อเราหันกลับมาใคร่ครวญ ก็จะรู้ว่าเราทุกข์เพราะหลง ไม่ใช่ทุกข์เพราะอากาศหนาว ไม่ใช่ทุกข์เพราะอากาศร้อน ไม่ใช่ทุกข์เพราะคำพูดของคนอื่น ไม่ใช่ทุกข์เพราะเกิดโรคร้ายกับตน แต่เกิดจากความหลง ไม่รู้ตัว หรือวางใจผิด

ดังนั้นเราจะต้องหมั่นมองตนด้วยสติ พิจารณาตัวเรา ดูร่างกายไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นความจริงว่ากายและใจมันไม่จีรังยั่งยืน เกิดแล้วก็ดับไป มีแล้วก็เสื่อมไป เพราะมันเป็นอนัตตา คือ ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้น ลองใช้ความทุกข์มาเป็นแบบฝึกหัดในการใคร่ครวญด้วยปัญญา โดยเริ่มจากสติ ดูว่าความโศกเศร้า ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจนั้นเกิดจากอะไร ดูเพื่อให้เรารู้ว่าเรากำลังคับแค้นอยู่ กำลังทุกข์อยู่ โดยไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่รู้แค่นั้นพอ

ถ้าหากยังไม่รู้ใจ ก็ขอให้รู้กายก่อน แล้วค่อยตามรู้ใจทีหลัง โดยหมั่นฝึกฝนเรื่อย ๆ ก็จะเห็นว่าเราทุกข์เพราะความคิด ไม่ได้ทุกข์เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่ใช่เพราะมีสิ่งภายนอกมากระทบเรา ไม่ใช่เพราะแดด ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว ไม่ใช่เพราะรถติด ไม่ใช่เพราะคำพูดของคนอื่น แต่เป็นเพราะใจที่หลงต่างหากทำให้เป็นทุกข์

เราจะพ้นจากความหลง เห็นความจริงได้ ก็ด้วยการหมั่นรู้ตัวอยู่บ่อย ๆ เห็นความจริงบ่อย ๆ ปัญญาก็จะเกิด ตอนแรกจะเห็นด้วยสติ ตอนหลังเราจะเห็นด้วยปัญญา การเห็นด้วยสติ คือ การรู้ตัว ส่วนการเห็นด้วยปัญญา คือรู้ความจริง ทำให้หลุดจากความหลงซึ่งเป็นรากเหง้าของความทุกข์

ดังนั้นเราขอให้หมั่นเจริญสติ สร้างความรู้สึกตัวบ่อย ๆ เพื่อรับมือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้น จนสามารถเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งปวงได้

ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล

11







   

 ธรรมะไทย