เมื่อจิตตั้งมั่นปราศจากนิวรณ์ เราจะรับรู้กาย เวทนา และอารมณ์โดยปราศจากความรู้สึกว่ามีตัวตนหรือความยึดมั่นถือมั่นใดๆ เราจะเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง

 Webmaster  

เราฝึกเจริญสมาธิภาวนาด้วยการทำสิ่งที่ดูแสนจะธรรมดา ธรรมดาเสียจนคนส่วนใหญ่นึกว่าตัวเองก็ทำอยู่แล้ว แต่กลับแทบไม่มีใครทำเลย และการไม่ยอมฝึกหรือกระทั่งไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องฝึกไปทำไมนั้นเป็นต้นตอแห่งทุกข์ทั้งปวง

การฝึกดังกล่าวคือการรู้ว่ากายเป็นสักแต่ว่ากาย เวทนาเป็นสักแต่ว่าเวทนา และอารมณ์เป็นสักแต่ว่าอารมณ์

ลักษณะสำคัญของจิตที่ยังไม่ได้ฝึก คือ ไม่สามารถเห็นเป็นสักแต่ว่าเห็น รับรู้เป็นสักแต่ว่ารับรู้ จิตเห็นสิ่งทั้งหลายด้วยความเป็น ‘เรา’ และ ‘ของเรา’ ดังนั้น เราจึงวัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมได้จากการที่‘ตัวเรา ของเรา’ ลดลงมากน้อยเพียงใด

ในการภาวนา เมื่อจิตตั้งมั่นปราศจากนิวรณ์ เราจะรับรู้กาย เวทนา และอารมณ์โดยปราศจากความรู้สึกว่ามีตัวตนหรือความยึดมั่นถือมั่นใดๆ เราจะเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง

เราพึงสังเกตและจดจำไว้ให้ดี
นี่คือการรู้แจ้งชั่วขณะ เป็นการฝึกลิ้มรสพระนิพพาน

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ


• คนเราเกิดคนเดียว แก่ก็แก่คนเดียว เจ็บก็เจ็บคนเดียว ตายก็ตายคนเดียว เรื่องการละกิเลส การบำเพ็ญกุศล ไม่มีใครทำให้เราได้ เป็นงานของเราโดยเฉพาะ

• สังคมไทยมีดีคือวัฒนธรรมแห่งเมตตา แต่ต้องก้าวไปในวัฒนธรรมแสวงปัญญา

• "กรรมบถ ทางของกรรม" (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า)

• บททบทวนของชาวพุทธ

• นั่งสมาธิ 488 ได้ลึกขึ้น กับเพลง Canon in D
Ralated Story




จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย