ค้นหาในเว็บไซต์ :

ช่วยเหลือตนด้วยการช่วยผู้อื่น


ช่วยเหลือตนด้วยการช่วยผู้อื่น

ผู้หญิงคนหนึ่งสูญเสียสามีซึ่งอยู่ด้วยกันมา ๓๐ ปีเพราะเป็นโรคมาลาเรีย ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเธอก็สูญเสียลูกชายคนเดียวด้วยอุบัติเหตุ เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หลังจากเสียคนที่รักไปถึง 2 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว เธอเป็นทุกข์มาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ หมดอาลัยตายอยาก ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม จนกระทั่งคิดถึงการฆ่าตัวตาย
.
วันหนึ่งขณะที่เธอเดินกลับบ้าน มีลูกแมวผอมโซวิ่งตามเธอมาจนถึงหน้าบ้าน เธอเห็นว่าข้างนอกมันหนาว สงสารแมว จึงอุ้มเข้าบ้าน เธอเห็นว่ามันหิว จึงเอานมมาให้มันกิน แมวเลียนมจนหมดจาน แล้วก็มาพันแข้งพันขาเธออย่างมีความสุข เธออดยิ้มไม่ได้ แล้วเธอก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าเธอยิ้มไม่ได้มานานแล้ว ทำไมวันนี้ฉันยิ้มได้ แล้วเธอก็ได้คิดว่า ในเมื่อการช่วยแมวทำให้ฉันยิ้มได้ การช่วยคนอื่นก็น่าจะทำให้ฉันมีความสุขด้วยเหมือนกัน
.
วันรุ่งขึ้นเธอจึงเยี่ยมเพื่อนบ้านที่กำลังป่วย พร้อมกับอบขนมปังไปให้เขาด้วย เพื่อนบ้านเห็นเธอมาเยี่ยม เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข เธอก็พลอยมีความสุขด้วย จึงได้ตระหนักว่าการช่วยให้คนอื่นมีความสุขก็ช่วยให้เธอมีความสุขด้วย
.
นับตั้งแต่นั้นมาเธอจึงตั้งใจว่าจะไปทำดีช่วยเหลือผู้อื่นทุกวัน ไม่นานเธอก็หายเศร้าโศก กินได้นอนหลับ ยิ้มได้และมีความสุขไม่ต่างจากคนอื่น อาจจะมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
.
หมอเด็กคนหนึ่งเสียสามีไปทั้ง ๆ ที่อายุไม่มาก เธอเศร้ามาก งานศพผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วเธอก็ยังโศกเศร้า กลับมาทำงานแล้วก็ยังนั่งเศร้าเจ่าจุกอยู่ที่โต๊ะ ไม่ออกไปดูแลเด็กป่วย
.
ทีแรกเพื่อน ๆ เห็นว่าเธอยังทำใจไม่ได้ ก็ปล่อยให้เธอพัก แต่หลังจากที่ผ่านไปเป็นอาทิตย์ เธอก็ยังไม่มีอาการดีขึ้น จึงคิดว่าหากปล่อยให้เธอจมอยู่ในความเศร้านานกว่านี้ จะกลายเป็นโรคซึมเศร้า จึงคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง
.
วันหนึ่งหัวหน้าพยาบาลอุ้มทารกจากหอผู้ป่วยมาวางไว้ที่โต๊ะเธอ ทีแรกเธอไม่สนใจ สักครู่เด็กร้องไห้ เธอก็หันมาดูว่าเด็กเป็นอะไร ปรากฏว่าเด็กฉี่ เธอจึงเปลี่ยนผ้าออมให้ แล้วก็กลับมานั่งเศร้าต่อ สักพักเด็กร้องไห้อีก ร้องอยู่นาน จนเธอต้องหันมาดูว่าเด็กเป็นอะไร เมื่อพบว่าเด็กต้องการยา เธอก็ไปหายามาให้ พอได้เวลาเลิกงาน เธอก็อุ้มเด็กไปคืนหอผู้ป่วย แล้วกลับบ้าน
.
วันรุ่งขึ้นเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล แทนที่จะตรงไปที่ห้องทำงานของเธอเพื่อนั่งเศร้าเจ่าจุกต่อ เธอไปที่หอผู้ป่วย เพื่อดูว่าเด็กคนนั้นเป็นอย่างไร จากนั้นก็ไปดูเด็กคนอื่น ๆ ด้วย แล้วเธอก็ค่อย ๆ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ไม่นั่งเศร้าเจ่าจุกเหมือนเคย
.
สิ่งที่หัวหน้าพยาบาลทำคืออะไร คือชวนให้หมอผู้นั้นใส่ใจกับเด็ก พอเธอหันมาดูแลเด็ก เธอก็ค่อย ๆ หลุดจากความโศกเศร้า จนกลับมาเป็นหมอคนเดิม การใส่ใจเด็ก ทำเพื่อเด็ก ช่วยให้ความเศร้าโศกลดลงได้ เช่นเดียวกับอีกสองกรณีข้างบน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือนึกถึงคนที่ทุกข์ยากลำบาก เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเยียวยาจากความเศร้าจากความสูญเสียได้
.
การช่วยเหลือผู้อื่นนั้นช่วยเยียวยาจิตใจ เพราะทำให้

1. หลุดจากความเศร้า พอออกไปทำนั่นทำนี่ สนใจสิ่งอื่นแทน ความเศร้าก็จะบรรเทาลง เช่น ปลูกต้นไม้ ทำงานบ้าน ยิ่งไปช่วยคนมีความสุข เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย ความสุขที่เกิดขึ้นช่วยบรรเทาความหม่นหมองในใจได้
.
2.การช่วยผู้อื่นเป็นการกระตุ้นหล่อเลี้ยงเมตตากรุณาในใจ เมตตากรุณาที่งอกงาม สามารถขจัดความหม่นหมอง หรืออารมณ์อกุศลออกไปจากใจได้ เหมือนกับการปล่อยน้ำดีไล่น้ำเสีย น้ำเสียเราไม่ต้องไปวิดให้เหนื่อย แค่ปล่อยน้ำดีเข้าไป มันก็จะไล่น้ำเสียออกไป
.
การช่วยผู้อื่น หรือการนึกถึงผู้อื่น เป็นโอสถเยียวยาความทุกข์ที่เกิดจากความเศร้าโศก หรือความทุกข์อย่างอื่นได้มากมาย แต่บ่อยครั้งเจ้าตัวไม่อยากทำอะไร อยากจะนั่งเศร้า จ่อมจมอยู่กับความเศร้าไปเรื่อย ๆ เพราะความเศร้ามีแรงดึงดูดมาก
.
คนเราเวลาเศร้า ถ้าถามว่าชอบฟังเพลงอะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าชอบฟังเพลงเศร้า ๆ ในเมื่อความเศร้าเกาะกุมใจ เราควรยกจิตออกจากความเศร้า แต่ส่วนใหญ่ชอบซ้ำเติมตัวเองด้วยการฟังเพลงเศร้า ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป ไปเที่ยวก็ยังดี ถ้าไปเยี่ยมเพื่อน ทำนั่นทำนี่ ก็ยังพอช่วยได้ แต่คนที่ตกอยู่ในความเศร้าไม่ยอมทำอะไร เพราะความเศร้ามันยึดกุมจิตใจจนกระทั่งบังคับไม่ให้ไปไหน เพราะขืนไปทำนั่นนี่ มันจะหมดพิษสง เกาะกุมใจไม่ได้

ฉะนั้นบางครั้งต้องมีคนอื่นมาชักชวนหรือช่วยฉุดช่วยดึงให้เขาเปลี่ยนบรรยากาศ ทำสิ่งดี ๆ มีประโยชน์ เช่น ปลูกต้นไม้ ยิ่งการไปช่วยคนที่ทุกข์ยาก เช่น คนเจ็บป่วย เป็นจิตอาสา จะทำให้จิตใจฟื้นจากคลายความเศร้าโศกได้เร็วขึ้น

ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล

10







   

 ธรรมะไทย