บุญเป็นเจ้าภาพปูพื้นกระเบื้องศาลาหอฉัน

 phraedhammajak    23 ธ.ค. 2564

บุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปรับปรุงหอฉัน เดิมเอาเสื่อน้ำมันปูไว้ หมากัดขาดหมดซื้อมาเปลี่ยนหลายรอบ จึงเห็นว่าเพื่อความสะอาดจะทำการปูพื้นกระเบื้อง จึงขอเชิญชวนได้ร่วมบุญกันสนับสนุนงานพระพุทธศาสนา เป็นเจ้าภาพปูพื้นหอฉัน ตารางเมตรละ 500 บาท จำนวน 95 ตารางเมตร หรือตามกำลังศรัทธา งบประมาณ 47,500 บาท เชิญร่วมบุญได้ที่
ณ สำนักปฏิบัติธรรมแพร่ธรรมจักร บ้านน้ำพุ หมูที่ 3 ต.บ้านกวาง อ.สูงเม่น จ.แพร่ 54130 โทร 0892137759
หรือ เลขที่บัญชี 981-0-52153-7 ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี พระกฤษกร กิตติปญโญ

อานิสงส์ของการสร้างโรงครัวถวายวัด
ส่งผลให้เกิดภพชาติใดก็ไม่อดอยากหิวโหย มีของกินของใช้ไม่ขาดแคลน อยู่ที่ไหนก็มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติมีกินมีใช้ตลอดปีตลอดชาติ ไปที่แห่งใดก็ปลอดภัย อิ่มจิต อิ่มใจ อิ่มกายมีหน้าตาผ่องใส
แก้กรรม ให้กับผู้ที่เกิดมาชาตินี้ ไม่ค่อยพอมีพอใช้ อดมื้อกินมื้อ หาเช้ากินค่ำ ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือเก็บ หรือแม้แต่พวกที่ไม่ค่อยมีเวลาใส่บาตรตอนเช้า การที่เราทำโรงครัวให้กับวัดก็เหมือนกับการที่เราได้ใส่บาตรทุกวัน

#อานิสงส์การสร้างอาคารหอฉัน เพื่อสำหรับพระภิกษุสงฆ์ได้ใช้เป็นสถานที่พิจารณารับการถวายและฉันภัตตาหารเช้าร่วมกัน #นับว่าเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองอย่างสูงสุดโดยไม่มีประมาณ
.
✅1. ได้ดวงตาเห็นธรรม และบรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย
✅2. ด้วยอำนาจแห่งบุญนั้นได้บันดาลให้ท่านไปเกิดในสวรรค์
✅3. ได้เกิดเป็นมนุษย์ จะอุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง มีชื่อเสียงเกียรติยศไปทั่วทุกทิศ
✅4.ส่งผลให้เกิดภพชาติใดก็ไม่อดอยากหิวโหย มีของกินของใช้ไม่ขาดแคลน
✅5.อยู่ที่ไหนก็มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติมีกินมีใช้ตลอดปีตลอดชาติ
✅6.ไปที่แห่งใดก็ปลอดภัย อิ่มจิต อิ่มใจ อิ่มกายมีหน้าตาผ่องใส
✅7.เป็นการแก้กรรม ให้กับผู้ที่เกิดมาชาตินี้ ไม่ค่อยพอมีพอใช้ อดมื้อกินมื้อ หาเช้ากินค่ำ ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือเก็บ
✅8.สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาใส่บาตรตอนเช้า การที่เราทำโรงครัวให้กับวัดก็เหมือนกับการที่เราได้ใส่บาตรทำบุญทุกๆวัน




สร้างโรงฉันหายจากโรคผิวหนังได้ ได้ยินว่า สมัยหนึ่ง พระอนุรุทธผู้มีอายุได้ไปเมืองกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยภิกษุ ๕๐๐. ครั้งนั้น พวกพระญาติของท่านทรงสดับว่าพระเถระมา จึงได้ไปสู่สำนักพระเถระ เว้นแต่พระน้องนางของพระเถระชื่อโรหิณี. พระเถระถามพวกพระญาติว่า "พระนางโรหิณีอยู่ไหน?"
พวกพระญาติ. อยู่ในตำหนัก เจ้าข้า.
พระเถระ. เหตุไร? จึงไม่เสด็จมา.
พวกพระญาติ. พระนางไม่เสด็จมาเพราะทรงละอายว่า ‘โรคผิวหนังเกิดที่สรีระของเขา’ เจ้าข้า.
พระเถระกล่าวว่า "ท่านทั้งหลายจงเชิญพระนางเสด็จมาเถิด" ให้ไปเชิญพระนางเสด็จมาแล้ว จึงกล่าวอย่างนี้ กะพระนางผู้ทรงฉลองพระองค์เสด็จมาแล้วว่า "โรหิณี เหตุไร? เธอจึงไม่เสด็จมา."
พระนางโรหิณี. ท่านผู้เจริญ โรคผิวหนังเกิดขึ้นที่สรีระของหม่อมฉัน เหตุนั้น หม่อมฉันจึงมิได้มาด้วยความละอาย.
พระเถระ. ก็เธอทรงทำบุญไม่ควรหรือ?
พระนางโรหิณี. จะทำอะไร? เจ้าข้า.
พระเถระ. จงให้สร้างโรงฉัน.
พระนางโรหิณี. หม่อมฉันจะเอาอะไรทำ?
พระเถระ. ก็เครื่องประดับของเธอไม่มีหรือ?
พระนางโรหิณี. มีอยู่ เจ้าข้า.
พระเถระ. ราคาเท่าไร?
พระนางโรหิณี. จักมีราคาหมื่นหนึ่ง.
พระเถระ. ถ้ากระนั้น จงขายเครื่องประดับนั้น ให้สร้างโรงฉันเถิด.
พระนางโรหิณี. ใครเล่า? จักทำให้หม่อมฉัน เจ้าข้า.
พระเถระแลดูพระญาติซึ่งยืนอยู่ในที่ใกล้แล้ว กล่าวว่า "ขอจงเป็นภาระของพวกท่านทั้งหลาย."
พวกพระญาติ. ก็พระคุณเจ้าจักทำอะไรหรือ? เจ้าข้า.
พระเถระ. แม้อาตมภาพก็จักอยู่ในที่นี้เหมือนกัน, ถ้ากระนั้น พวกท่านจงนำทัพพสัมภาระมาเพื่อโรงฉันนี่.
พวกพระญาตินั้นตรัสว่า "ดีละ เจ้าข้า" จึงนำมาแล้ว.
พระเถระ เมื่อจะจัดโรงฉัน จึงกล่าวกะพระนางโรหิณีว่า "เธอจงให้ทำโรงฉันเป็น ๒ ชั้น จำเดิมแต่กาลที่ให้พื้นชั้นบนเรียบแล้ว จงกวาดพื้นล่าง แล้วให้ปูอาสนะไว้เสมอๆ, จงให้ตั้งหม้อน้ำดื่มไว้เสมอๆ."
พระนางรับคำว่า "ดีละ เจ้าข้า" แล้วจำหน่ายเครื่องประดับ ให้ทำโรงฉัน ๒ ชั้น เริ่มแต่กาลที่ให้พื้นชั้นบนเรียบแล้ว ได้ทรงทำกิจมีการกวาดพื้นล่างเป็นต้นเนืองๆ. พวกภิกษุก็นั่งเสมอๆ.
ลำดับนั้น เมื่อพระนางกวาดโรงฉันอยู่นั่นแล. โรคผิวหนังก็ราบไปแล้ว. เมื่อโรงฉันเสร็จ พระนางนิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขแล้ว ได้ถวายขาทนียะและโภชนียะที่ประณีตแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขซึ่งนั่งเต็มโรงฉัน.
พระศาสดาทรงทำภัตกิจเสร็จแล้ว ตรัสถามว่า "นี่เป็นทานของใคร?"
พระอนุรุทธ. ของโรหิณีพระน้องนางของข้าพระองค์ พระเจ้าข้า.
พระศาสดา. ก็นางไปไหน?
พระอนุรุทธ. อยู่ในตำหนัก พระเจ้าข้า.
พระศาสดา. พวกท่านจงไปเรียกนางมา.
พระนางไม่ประสงค์จะเสด็จมา. ทีนั้น พระศาสดารับสั่งให้เรียกพระนางแม้ไม่ปรารถนา (จะมา) จนได้, ก็แลพระศาสดาตรัสกะพระนางผู้เสด็จมาถวายบังคม ประทับนั่งแล้วว่า "โรหิณี เหตุไร เธอจึงไม่มา?"
พระนางโรหิณี. "โรคผิวหนังมีที่สรีระของหม่อมฉัน พระเจ้าข้า. หม่อมฉันละอายด้วยโรคนั้น จึงมิได้มา."
พระศาสดา. ก็เธอรู้ไหมว่า ‘โรคนั้นอาศัยกรรมอะไรของเธอ จึงเกิดขึ้น?’
พระนางโรหิณี. หม่อมฉันไม่ทราบ พระเจ้าข้า.
พระศาสดา. โรคนั้นอาศัยความโกรธของเธอ จึงเกิดขึ้นแล้ว.
พระนางโรหิณี. ก็หม่อมฉันทำกรรมอะไรไว้? พระเจ้าข้า.
บุรพกรรมของพระนางโรหิณี ลำดับนั้น พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมา (ตรัสแก่พระนาง) ว่า :-
ในอดีตกาล พระอัครมเหสีของพระเจ้าพาราณสี ผูกอาฆาตในหญิงนักฟ้อนของพระราชาองค์หนึ่ง ทรงดำริว่า "เราจักให้ทุกข์เกิดแก่หญิงนั้น" แล้วให้เขานำลูกเต่าร้างใหญ่๑-มา รับสั่งให้เรียกหญิงนักฟ้อนนั้นมายังสำนักของตนแล้ว ให้ใส่ผงเต่าร้างบนที่นอน ที่ผ้าห่ม และที่ระหว่างเครื่องใช้ มีผ้าปูที่นอนเป็นต้นของหญิงนักฟ้อนนั้นโดยประการที่นางไม่ทันรู้ตัว. โปรยลงแม้ที่ตัวของนาง ราวกะทำความเย้ยหยันเล่น ทันใดนั้นเอง สรีระของหญิงนั้นได้พุพองขึ้นเป็นตุ่มน้อยตุ่มใหญ่. นางเกาอยู่ไปนอนบนที่นอน. เมื่อนางถูกผงเต่าร้างกัดแม้บนที่นอนนั้น เวทนากล้ายิ่งนักเกิดขึ้นแล้ว. พระอัครมเหสีในกาลนั้นได้เป็นพระนางโรหิณี.


ปูพื้นกระเบื้องศาลาหอฉันสำเร็จ อนุโมทนาบุญกับญาติโยมทุกท่านที่ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพปูพื้นกระเบื้องศาลาหอฉัน เสร็จจากปูกระเบื้องก็มีพระใหม่เข้ามาปฏิบัติธรรม ได้รับบุญรับกุศลกันทั่วหน้า สาธุๆๆ

ปิดการรับบริจาค สาธุ


  438 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย