กวีหมู กวีหมู กวีหมู
 ลูกศร   9 ต.ค. 2553


  ฉันเป็นเด็กบ้านนอกใบหน้าเซ่อ
เพิ่งเคยเจอกวีดีอยู่ที่นี่
เมื่อก่อนนั้นฉันอยู่อีกเวที
แต่วันนี้คิดสมัครลองพักดู

แต่ละคนเก่งจังดังที่เห็น
หลายคนเด่นดูดีมีความรู้
ฉันลูกศรคนจนอยู่บนภู
ช่วยพ่อแม่เลี้ยงหมูอยู่ทุกวัน

อาศัยเล่นคอมเพื่อนเมื่อตอนว่าง
บ้านเขาอยู่ข้างล่างต่างกับฉัน
เพื่อนกับฉันนั้นเรียนที่เดียวกัน
ความผูกพันสนิทแนบชิดเอย 

ขอฝากตัวครับ







พร้อมอ้าแขน รอรับ คุณลูกศร
ด้วยบทกลอน ฉันท์มิตรดี กวีหมู
อ่านกลอนท่าน แล้วใช่หมู มือชั้นครู
มีความรู้ ทางฉันทลักษณ์ รักษ์กวี

สัมผัสนอก สัมผัสใน ดูใสสะอาด
ความฉลาด ส่อให้เห็น เด่นศักดิ์ศรี
ร้อยวาจา เป็นภาษา มาพาที
ถ้อยวจี นอบนบ สงบมาน

หิ่งห้อยน้อย ยินดี ที่ได้มิตร
ที่สนิท ในกวี ศรีประสาน
กวีธรรม นำสัทธรรม นำมาจาร
เพื่อสืบสาน เผยแผ่ไป ให้ขจร

มาเถิดมา กวีหมู อยู่บนเขา
ฐานที่เนา ไม่มีปัญหา นะลูกศร
ขอให้ใจ ท่านรัก ในบทกลอน
ใส่คำสอน พุทธองค์ ลงในกวี


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ





ลงจากภูเพื่อมาหามิ่งมิตร
ท้องฟ้าปิดทำไมเป็นเช่นนี้
ฝนตกมาไม่เหมือนเช่นทุกปี
น้ำนองปรี่ขวางคั่นกั้นตรงกลาง

เสียงหมูร้องกึกก้องทั้งสองฟาก
น้ำก็หลากเห็นหมูชูแค่หาง
ในที่สุดคอกหมูก็อับปาง
สิ่งต่างๆดูคล้ำดำด้วยโคลน

มีคนชวนให้ลูกศรนอนที่นี่
คงอยากดูชะนีที่ห้อยโหน
หรืออยากชมจะๆลิงทะโมน
เกาะเอนโอนจ้องขยับเพื่อปรับตัว

ฉันลูกศรนานๆมาอย่าว่าฉัน
เพราะทุกวันฉันอยู่แต่ในรั้ว
ทำอาหารตามสั่งดั่งพ่อครัว
ทั้งลาบนัวส้มตำฉันทำเป็น

ห้องนอนฉันอยู่กลางระหว่างห้อง
และมีกล่องกั้นไว้ไม่ให้เห็น
คนกินเหล้าตั้งแต่เช้าจนเลยเย็น
หลังบ้านเหม็นสาบหมูดูไม่งาม

ตั้งใจไว้ปีหน้าจะลาลับ
ไม่ขอกลับถึงลำบากก็อยากข้าม
เหม็นขี้หมูเหลือเกินทุกโมงยาม
ฉันต้องจามเพราะภูมิแพ้แย่จริง






     สพฺพํ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ
รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง


มีคนชวนให้ลูกศรนอนที่นี่
คงอยากดูชะนีที่ห้อยโหน
หรืออยากชมจะๆลิงทะโมน
เกาะเอนโอนจ้องขยับเพื่อปรับตัว ... ลูกศร

บ้านกวีธรรม เปิดรับ ทุกทุกท่าน
ด้วยธรรมทาน มากมาย ไม่กั้นรั้ว
มีผู้ให้ ธัมมา ดั่งพ่อครัว
ไม่ต้องกลัว เพราะอิ่มเอม และเปรมปรีด์

แม้อยากกิน อะไร ก็สั่งได้
เสพเข้าไป ในจิต ให้เต็มที่
อยากรู้ธรรม อะไร ประดามี
พ่อครัวดี มีหลากหลาย รีบปรุงมา

ทุกทุกจาน ล้วนโอชา หาใดเท่า
กินแล้วจิต ทิ้งเขลา เคล้าหรรษา
จะเป็น ลิง ชะนี ค่าง ต่าง พนา
ได้ธัมมา ที่ประเสริฐ เกิดกับตน

ย่อมมีปรับ เปลี่ยนจิต ใช่กายา
ได้ธัมมา ที่ประเสริฐ เลิกสับสน
เมื่อจิตเปลี่ยน กายก็ปรับ ตามจิตตน
เคยห้อยโหน ทะโมนหม่น ก็เปลี่ยนไป



เจริญในธรรมค่ะ









เสียงหมูร้องกึกก้องทั้งสองฟาก
น้ำก็หลากเห็นหมูชูแค่หาง
ในที่สุดคอกหมูก็อับปาง
สิ่งต่างๆดูคล้ำดำด้วยโคลน ... ลูกศร

มองเห็นภาพ ที่บรรยาย ขยายมา
เห็นน้ำตา ความกลัว ระรัวโพ้น
เพราะทุคติ พาพวกเจ้า เข้าเคล้าโคลน
อกุศลวิบาก ยากจะโอน ไปให้ใคร

มีทางเดียว ต้องรีบเกี่ยว การกุศล
เพื่อให้ดล กุศลวิบาก ที่ยิ่งใหญ่
สุคติ จักได้ เป็นที่ไป
พาห่างไกล อบาย ติรัจฉานภพ

สามกิเลส ที่เคลียคลอ พะนอจิต
พาเพลินพิศ หลงกามา พาประสบ
ต้องเวียนว่าย อยู่ใน ทุคติภพ
ยากประสบ ธัมมา พาน้อมใจ

ท่านผู้อ่าน ที่ผ่านมา อย่าช้ายิ่ง
สู่ความจริง ในธัมมา ที่ยิ่งใหญ่
เพียรสร้างกุศล ให้ดล จิตเข้าไว้
สู่ทางใหญ่ สัทธรรม นำพ้นวัฏฏ์



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






ยินดีต้อนรับ...

ตั้งใจไว้ปีหน้าจะลาลับ
ไม่ขอกลับถึงลำบากก็อยากข้าม
เหม็นขี้หมูเหลือเกินทุกโมงยาม
ฉันต้องจามเพราะภูมิแพ้แย่จริง...ลูกศร

ขอต้อนรับ ลูกศร ณ ตอนนี้
ขอโทษที โปรดอภัย ในทุกสิ่ง
ที่มาช้า เกือบล่า น่าติติง
ใช่ทอดทิ้ง ไม่แลเหลียว เลี้ยวมามอง

ตอนกระบี่ฯ หิ่งห้อยน้อย คอยต้อนรับ
ฉันเผลอหลับ ง่วงนอน ตอนบ่ายสอง
ตื่นขึ้นมา ค่อยๆยืน ฝืนประคอง
แสงแดดส่อง เข้าตา จ้าเหลือเกิน

เห็นลูกศร เอ่ยมา วาจานิ่ม
ทำยิ้มกริ่ม สำรวย คล้ายขวยเขิน
บ้านอยู่ภู ชีวิตหมอง ต้องเผชิญ
ความเจริญ ดูห่าง ต่างในเมือง

บ้านลูกศร ทำอะไร ในอาชีพ
ไม่ต้องรีบ ขืนพูดไว ไม่รู้เรื่อง
ฐานะดี มีเงินซื้อ หรือฝืดเคือง
ท่านฟูเฟื่อง หรือขัดสน จนเงินทอง

ที่กล่าวมา ใช่คุกคาม หรือหยามหมิ่น
ฉันได้ยิน เหมือนท่าน นั้นเศร้าหมอง
ทำกับข้าว เลี้ยงคน จนช่ำชอง
ให้กับคน กินเหล้าดอง น่าหมองใจ

ฉันไม่รู้ ว่าลูกศร นอนกี่ทุ่ม
ต้องคอยคุม ให้หมูนอน ก่อนหรือไม่
ท่านเลี้ยงหมู ให้เติบใหญ่ ไว้ทำไม
อยู่บนภู ท่านสุขใจ หรือไม่เลย...เฟื่องฟ้า


ยินดีต้อนรับกวีหมู...







ฉันเกิดมาพ่อแม่เหมือนไม่รัก
ไม่รู้จักความอิ่มยิ้มแสนแห้ง
เช้าตื่นมาเก็บผักเก็บฟักแฟง
กินแมลงแทนหนมข่มฝืนใจ

ไปโรงเรียนเดินไปด้วยเท้าเปล่า
เอากล่องข้าวไปด้วยพร้อมกล้วยไข่
โรงเรียนฉันนั้นอยู่ก็ไม่ไกล
มีครูใหญ่มาจากมหานคร

ตอนสายๆบ่ายๆกลับมาบ้าน
มาล้างจานล้างถ้วยล้างเขียงขอน
ให้ข้าวหมูก็กลับไปไม่เคยนอน
กลับโรงเรียนแดดร้อนก็ต้องทน

คุณเฟื่องฟ้าถามว่าฉันรวยไหม
ด้วยห่วงใยหรืออะไรในเหตุผล
คนจะดีใช่มั่งมีหรือว่าจน
เป็นถนนหรือทุ่งนาก็ฟ้าเดียว

ฉันเลี้ยงหมูเมื่อใหญ่ให้แม่ขาย
เลี้ยงตายายไม่เคยได้ไปเที่ยว
หากขัดขืนโดนหวดด้วยไม้เรียว
ตัวจ้ำเขียวแดงคล้ำช้ำเป็นดวง

ขอกลับบ้านขึ้นภูไปก่อนครับ
เพื่อนฉันหลับส่วนฉันนั้นก็ง่วง
ทางขึ้นภูคดส่ายคล้ายดั่งงวง
ไม่ต้องห่วงพรุ่งนี้จะกลับมา





ขอกลับบ้านขึ้นภูไปก่อนครับ
เพื่อนฉันหลับส่วนฉันนั้นก็ง่วง
ทางขึ้นภูคดส่ายคล้ายดั่งงวง
ไม่ต้องห่วงพรุ่งนี้จะกลับมา ... ลูกศร

เห็นภาพป้าย ศูนย์เด็กเล็ก ดอยปู่ไข่
ที่ห่างไกล ถึงเชียงราย แดนหมอกหนา
หิ่งห้อยน้อย คอยลูกศร จะกลับมา
ร่ายภาษา ร้อยกรอง กลอนกวี

ดูประวัติ ที่กล่าวมา ช่างน่ารัก
มิได้ถูก ฟูมฟัก เท่าไหร่นี่
แต่ดูคำ ดูความกล่าว เล่ามาดี
ถ้อยวจี มีกตัญญู ร้คุณคน

อยู่เหมือนอย่าง ระทก ระหกระเหิน
เส้นทางเดิน ใช่กลีบกุหลาบ ราดในหน
แต่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน เพียรฝึกตน
ไม่ขัดสน ประสบการณ์ นั้นมากมี

ด้วยลงมา ใช้คอมฯ ยังเชิงเขา
เสร็จราวราว สามทุ่ม เตรียมเข้าที่
กลับขึ้นภู ถึงก็คง ดึกพอดี
ให้ลูกศร จงโชคดี อย่ามีภัย

เมื่อถึงยาม พรุ่งนี้ จะรออยู่
จะลงมา ยามเช้าตรู่ หรือไฉน
ใช้เวลา ขึ้นลง สักเท่าไร
ฝนตกหนัก หรือไม่ โปรดระวัง




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









เวทนาขันธ์

คุณเฟื่องฟ้าถามว่าฉันรวยไหม
ด้วยห่วงใยหรืออะไรในเหตุผล
คนจะดีใช่มั่งมีหรือว่าจน
เป็นถนนหรือทุ่งนาก็ฟ้าเดียว…ลูกศร


สวัสดี กวีหมู ผู้น่ารัก
ผู้พำนัก พักอยู่ ภูสีเขียว
ฉันนึกภาพ เห็นจันทร์ฉาย คล้ายวงเคียว
แลโดดเดี่ยว ดุจจันทร์ร้าง คืนข้างแรม

ฉันขอโทษ ที่ถามไป โดยไม่คิด
ฉันทำผิด กรุณา อย่าตัดแต้ม ( ตัดคะแนน )
ฉันซอกแซก ดั่งตัวมอด ชอบสอดแนม
และยังแถม ไม่รู้ซึ้ง ถึงสิ่งควร

และป่านนี้ ลูกศร คงนอนหลับ
คออ่อนพับ อยู่ชายคา ข้างนาสวน
กลิ่นสาปหมู คงตลบ แสนอบอวน
ยามลมหวน เหมือนคนปลุก ให้ลุกยืน

แม่หิ่งห้อย เวทนา ถามหาเจ้า
แม่คลุกเคล้า กับผัสสะ ไม่ละฝืน
คงนอนดึก ตรองตรึก นึกทั้งคืน
แม้ยามตื่น แม่ก็ยัง ฝังใจจำ

ด้วยปัจจัย ยินสำเนียง เสียงกระทบ
แม่ไม่หลบ ปล่อยเวทนา พาตอกย้ำ
ปล่อยอารมณ์ ไม่ตีกรอบ โดนครอบงำ
สัญญาจำ แนบสนิท ติดคาใจ

แม่สอนฉัน ขันธ์ทั้งห้า ตัวพาทุกข์
ขืนเข้าขลุก เหมือนปล่อยไฟ ให้ลามไหม้
แม่เฝ้าคอย ลูกศรน้อย อยู่ดอยไกล
ความห่วงใย พาเตลิด เกิดทุกข์เวทนา ...เฟื่องฟ้า


ถือโอกาสซะ...อิ อิ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓
ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

[๑๐๘] พระโยคาวจรเมื่อพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นแห่งเวทนาขันธ์ ย่อม
พิจารณาเห็นลักษณะ ๕ ประการเป็นไฉน ฯ
พระโยคาวจรย่อมพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นแห่งเวทนาขันธ์ โดยความ
เกิดขึ้นแห่งปัจจัยว่า เพราะอวิชชาเกิดเวทนาจึงเกิด เพราะตัณหาเกิดเวทนาจึง
เกิด เพราะกรรมเกิดเวทนาจึงเกิด เพราะผัสสะเกิดเวทนาจึงเกิด แม้เมื่อ
พิจารณาเห็นลักษณะแห่งการเกิด ก็ย่อมพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นแห่งเวทนา
พระโยคาวจรเมื่อพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นแห่งเวทนาขันธ์ ย่อมพิจารณาเห็น
ลักษณะ ๕ ประการนี้ ฯ








ด้วยปัจจัย ยินสำเนียง เสียงกระทบ
แม่ไม่หลบ ปล่อยเวทนา พาตอกย้ำ
ปล่อยอารมณ์ ไม่ตีกรอบ โดนครอบงำ
สัญญาจำ แนบสนิท ติดคาใจ ... เฟื่องฟ้า

สาาาธุ ... ที่ เฟื่องฟ้าจำ ธรรมแม่สอน
แต่กลับปล่อย ให้นิวรณ์ ครองครองได้
เวทนาเกิด มีผัสสะ เป็นปัจจัย
อยู่ที่วาง ได้หรือไม่ ด้วยปัญญา

สามเวทนา ย่อมเกิด กับทุกจิต
อยู่ที่จะชิด หรือปลิด เพราะสิกขา
ไม่ชอบใจ ก็ทุกข เวทนา
สุขเวทนา เมื่อพอใจ ในทุกที

อทุกขมสุขฯ แม้ไม่ทุกข หรือสุขไซร้
เวทนานี้ พินิจไว้ ให้ทุกที่
ว่าวางเฉย ด้วยอวิชชา ลงทันที
หรือวางนี้ ด้วยปัญญา แตกต่างกัน

นี่เล่นเอา ปฏิสัมภิทามรรค มาจับแม่
ยากจะแก้ ยากจะกล่าว ยากจะขัน
อุทยัพพยานุปัสนาญาณ ญาณพระอริยะ มาอ้างกัน
ต้องน้อมรับ แม้นใจหวั่น ดั่งข้างแรม

ฉันขอโทษ ที่ถามไป โดยไม่คิด
ฉันทำผิด กรุณา อย่าตัดแต้ม ( ตัดคะแนน )
ฉันซอกแซก ดั่งตัวมอด ชอบสอดแนม
และยังแถม ไม่รู้ซึ้ง ถึงสิ่งควร ... เฟื่องฟ้า

อ่านบทนี้ แม่เท คะแนนให้
เมื่อวางมานะ ด้วยใจ ไม่สอบสวน
ว่าเช้านี้ คงร่ายยาว เป็นกระบวน
แต่กลับให้(แต้ม) ดั่งลมหวน ชวนชื่นชม

อยากขอฝาก เฟื่องฟ้า ให้ระวัง
อย่าได้พลั้ง เพราะนิวรณ์ ตะกอนขม
มันสอดแทรก ซุกไซ้ ในอารมณ์
มันเพาะบ่ม อยู่ใน จินตนา


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ










ตื่นเช้าตรู่เลี้ยงหมูดูแลผัก
ทั้งล้างซักชุดเรียนที่เวียนใส่
มีสองชุดใส่กันสลับไป
แม่ซื้อให้สองปีที่ผ่านมา

ฉันมีน้องเป็นผู้หญิงยังอ่อนๆ
กำลังอ้อนแม่ต้องจับมาพาดบ่า
น้องฉันนั้นเป็นที่รักของยายตา
หกเดือนกว่าอายุเขาแค่นั้นเอง

มีเหมือนกันพอน้องร้องแม่หมองเศร้า
คนมาหาขอซื้อเหล้าให้เราเร่ง
ซื้อใส่ถุงได้ไปก็ฮัมเพลง
บ้างนักเลงพูดไม่เหมาะคงเพราะเมา

หมูเลี้ยงไว้น้ำท่วมหายตายคาคอก
พูดไม่ออกสงสารจังฉันนั่งเศร้า
ฉันเรียนฟรีรัฐอำนวยช่วยแบ่งเบา
เด็กภูเขาขอขอบคุณด้วยหัวใจ

หมดเวลาอีกแล้วครับในวันนี้
สวัสดีวันพรุ่งนี้อาจมาใหม่
มองยอดภูเห็นคอกหมูอยู่รำไร
มีควันไฟลอยออกมาจากระเบียง

ได้อีกนิดอีกสักท่อนก่อนลากลับ
คุณหิ่งห้อยคงหลับตั้งแต่เที่ยง
คุณเฟื่องฟ้าก็สนิทปิดสำเนียง
คงหลบเลี่ยงไม่อยากพบคบเด็กภู





ได้อีกนิดอีกสักท่อนก่อนลากลับ
คุณหิ่งห้อยคงหลับตั้งแต่เที่ยง
คุณเฟื่องฟ้าก็สนิทปิดสำเนียง
คงหลบเลี่ยงไม่อยากพบคบเด็กภู ... ลูกศร

ช่วงปิดเทอม เน็ตล่ม ตั้งแต่บ่าย
เล่นได้แค่ ตอนสาย ก็สุดหรู
อยากจะนั่ง รอโต้คำ กับเด็กภู
ไม่อาจอยู่ ตามปรารถนา น่าระอา

กำลังเรียน อยู่ชั้นใด ถามได้ไหม
เรียนอะไร น่าสนใจ ใคร่ปุจฉา
ดอยปู่ไข่ ที่อาศัย กับมารดา
หรือปิดภาค จึงกลับมา สู่บ้านตน

มิได้คิด ซอกแซกถาม ตามอยากรู้
อ่านกลอนดู เป็นเด็กภู ที่ฝึกฝน
ภาษางาม ตามฉันทลักษณ์ จึงอยากค้น
น่าเป็นคน เรียนภาษา จึงน่าฟัง

ด้วยความชื่นชมเจ้าค่ะ



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








สวัสดีคุณหิ่งห้อยพี่เฟื่องฟ้า
บ่ายโมงกว่าวันนี้ไม่มีฝน
เมื่อตอนเช้าหมูฉันนั้นเวียนวน
คงรู้ตนว่าชีวันนั้นไม่นาน

คนในเมืองจะมารับจับขึ้นรถ
หมูทั้งหมดนั้นต้องกลายเป็นอาหาร
ให้ผู้คนเขากินเขารับประทาน
ฉันสงสารแต่ไม่รู้จะทำไง

พอเขามาฉันก็หลบลงข้างล่าง
เรื่องต่างๆก็แล้วแต่พวกผู้ใหญ่
เขาจะขายเขาจะซื้อช่างประไร
เพราะไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องเฝ้าดู

คุณหิ่งห้อยถามว่าเรียนอยู่ชั้นไหน
อยู่ม.สามถามทำไมใยอยากรู้
บอกตามตรงโตขึ้นอยากเป็นครู
เบื่อเลี้ยงหมูเพราะพอทราบว่าบาปกรรม

บ้านเพื่อนฉันมีหนังสือให้อ่านค้น
มีบางวันฉันอ่านจนเกือบมืดค่ำ
ครูบอกว่าฉันนั้นเป็นคนช่างจำ
ส่วนวิชาศีลธรรมนั้นไม่มี

ปลายเดือนนี้จะเปิดเทอมคงเริ่มหนาว
เสื้อแขนยาวอยู่ในตู้เยินยู่ยี่
คนกรุงเทพเขาให้มาเมื่อหลายปี
มีสองสีตัวใหญ่ใส่เหมาะจัง

อยากจะเป็นนักเขียนนักประพันธ์
แต่ว่าฉันคงจะล่มไม่สมหวัง
ถ้าเป็นครูก็ดีได้มีตังค์
ขอโทษทีเผลอพลั้งมิตั้งใจ

ป่านนี้หมูคงขึ้นรถจนหมดแล้ว
หัวใจแป้วเหมือนดั่งจะเป็นไข้
หมูใหม่มาหมูตัวเก่าก็จากไป
เป็นวงจรลื่นไหลคล้ายวัฏฏา





ป่านนี้หมูคงขึ้นรถจนหมดแล้ว
หัวใจแป้วเหมือนดั่งจะเป็นไข้
หมูใหม่มาหมูตัวเก่าก็จากไป
เป็นวงจรลื่นไหลคล้ายวัฏฏา ... ลูกศร

ถ้าเลือกได้ จงเลือก เถิดลูกศร
แม่ขอวอน ถ้าทำได้ หยุดเถิดหนา
เพราะชาตินี้ อกุศลวิบาก แห่งวัฏฏา
ก็ได้พา เจ้าคลุก ขลุกในกรรม

แม่เป็นครู ทั้งอาชีพ และวิญญาณ
จึงขอขาน เรียกเจ้ากลับ จับทางสัมม์
ทำอย่างอื่น เลี่ยงได้ไหม ไม่กระทำ
เพื่ออกุศล วิบากกรรม ได้บางเบา

ขออนุญาต เรียกลูกศร ดุจลูกหลาน
เลือกทำงาน ได้หรือไม่ ให้ห่างเขลา
ขึ้น ม.สี่ จะเรียนที่ไหน ไม่อยากเดา
ขออวยพร ให้เจ้า สมเจตนา


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






@...กวีหมู ๆ ที่ไม่หมู !

@ ขอร่วมวง กวี ที่มีหมู
เพราะอ่านดู เห็นว่าไม่ ใช่หมูหัน
เป็นหมูป่า หนังเหนียว ซ้ำเขี้ยวตัน
คารมนั้น คิดว่า ปัญญาดี

@ บอกช่วยแม่ เลี้ยงหมู บนภูเขา
เกินคาดเดา คนไทย ในวิถี
ต่างอาชีพ ต่างถิ่น แผ่นดินนี้
ดูแล้วมี อรรถรส ในบทกลอน

@ เธอเลี้ยงหมู เข้าใจว่า ศึกษาด้วย
พระธรรมช่วย บ้างไหม ในคำสอน ?
พุทธพจน์ งดงาม สามขั้นตอน
ลองฟังก่อน ว่างาม สามขั้นจริง

@ งามคือเพราะ จับใจ ในเบื้องต้น
คนทุกคน ได้ฟัง ต้องนั่งนิ่ง
เพราะเป็นธรรมสัจจะไร้ประวิง
ทุกทุกสิ่ง จริงแท้ และแน่นอน

@ งามไพเราะ ในท่ามกลาง อย่างสวยสด
มธุรส พจมาน ที่หวานอ่อน
ดุจน้ำทิพย์ ชโลมใจ ไร้นิวรณ์
จะนั่งนอน ยิ้มกริ่ม ประพิมพ์ประพราย

@ งามสุดท้าย ท้ายสุด พุทธพจน์
ช่างงามงด พจนา พาแหนงหน่าย
สอนมนุษย์ ให้ลดละ แห่งอบาย
เพราะเป็นทาง ฉิบหาย ในหลายทาง

@ แล้วมุ่งสู่ ทางสายกลาง ทางสายเอก
เหมือนปลุกเสก มนุษย์ สุดสว่าง
มรรคองค์แปด ปูไว้ ใช่สายกลาง
หากเริ่มย่าง เมื่อไร ก็ได้บุญ

@ บุญเป็นชื่อ ความงาม หรือความสุข
อยากพ้นทุกข์ ต้องทำ น้อมนำหนุน
อย่ามัวเพลิน เลี้ยงหมู อยู่นะคุณ
เดี๊ยวต้นทุน บุญจะต่ำ เพรี่ยงพร้ำเอย... พุดเดิล






ขอร่วมวงกวีด้วยอีกคน
อ่านแล้วทนไม่ได้ขอเถิดหนา
ขอชื่นชมคมคำนำวาจา
ดลกุสลาพาช่วยเจ้าหมูน้อย

ตอนผมอยู่ ม.3 อินโนเซ้นต์
เรื่องโคลงกลงโครงกลอนอ่อนสุดแสน
อ่านดูแล้วอาจจะดูแกร็นแกร็น
ครูเสียงแปร๋นแต่งไปได้ไม่อายใคร

วันนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องโคลงกลอน
ก่อนจะนอนขอพูดฉุดวิถี
สิ่งยากปรากฎบนพื้นปฐพี
ฟังดีดีมีสามเท่านั้นเอง

การได้มนุษย์สมบัตินั้นยากแท้
อีกทั้งได้ฟังธรรมลับปัญญา
สุดท้ายยากยิ่งสุดพรรณา
องค์ศาสดามาอุบัติขจัดภัย

วันนี้ขอฝากไว้เพียงเท่านี้
สวัสดีวิญญูชนคนประเสริฐ
ได้สดับรับฟังวาจาเลิศ
จิตบังเกิดกุศลธรรมนำสุขใจ


เจริญในธรรมลูกศร แม่หิ่งห้อยน้อย กระบี่ไร้เงา โยมเฟื่องฟ้า และกัลยาณชนทุกๆท่าน





ใครบ้าง...

ฉันนั่งอ่าน หลายรอบ ชอบมากๆ
หลายคนฝาก ด้วยความห่วง กลัวร่วงหล่น
กลัวลูกศร ตกบ่วง ห่วงเวียนวน
มิอาจพ้น ต้องลาก วิบากกรรม

ฉันเชื่อว่า ลูกศร คงร้อนจิต
โดนยาพิษ ที่คนอื่น ยื่นเติมซ้ำ
ทั้งๆที่ ที่ทำไป ใช่อยากทำ
ต้องถลำ เพราะจิตนั้น กตัญญู

แม่หิ่งห้อย พุดเดิล พระคุณเจ้า
เขาปวดร้าว มิอาจเลี่ยง ต้องเลี้ยงหมู
มีตายาย มีน้อง ต้องอุ้มชู
อยู่บนภู ใช่มีสุข ทุกข์ทั้งนั้น

เจตนา คือปัจจัย ให้เกิดผล
จุดเริ่มต้น คือพ่อแม่ มิแปรผัน
บาปทั้งหมด ฉันว่า น่าแบ่งกัน
พระที่ฉัน ก็ไม่เว้น จึ่งเป็นธรรม

หากลูกศร ต้องรับกรรม เหมือนทำผิด
คนค้าขาย เกือบทุกทิศ ย่อมผิดล้ำ
ทั้งซีพี คนรับประทาน ร้านของชำ
เฟื่องฟ้าเอง กินประจำ จะทำไง...เฟื่องฟ้า

กราบนมัสการหลวงพี่ สวสดีแม่หิ่งห้อย กระบี่ พุดเดิล และสมาชิกทุกท่าน







หมูคอกใหม่มาให้ฉันเลี้ยงอีกหน
มันแสนซนด้วยยังเล็กเป็นเด็กหมู
พ่อกับแม่ให้ฉันคอยเลี้ยงดู
อย่าให้งูมางับจับเอาไป

ฉันลงมาสั่งขนมและนมกล่อง
สั่งใบตองแล้วให้เขาเอาไปให้
เต้าหู้ยี้โหลใหญ่และไวไว
ปลากระป๋องไข่ไก่ส่งไปภู

ฉันลงมาตั้งแต่แปดโมงกว่า
แต่ทว่าเพื่อนฉันนั้นไม่อยู่
ฉันก็เลยย่องมาหาคุณครู
มีคอมพ์หรูครูไม่ว่าถ้าใช้เป็น

ครูฝากบ้านให้ฉันช่วยคอยเฝ้า
คอยมองเตาอย่ามัวเผลอเอาแต่เล่น
พอลมมาภาพในจอก็โอนเอน
เหมือนดั่งเช่นแผ่นดินไหวไกล้กับภู

เวลาน้อยเสียดายนักคงพักก่อน
ที่ลูกศรต้องกลับไวไปดูหมู
เห็นศรีษะไวๆใช่แล้วครู
อย่าว่าหนูเลยนะที่กลับเร็ว


สวัสดีขอบคุณทุกคนครับ





หากลูกศร ต้องรับกรรม เหมือนทำผิด
คนค้าขาย เกือบทุกทิศ ย่อมผิดล้ำ
ทั้งซีพี คนรับประทาน ร้านของชำ
เฟื่องฟ้าเอง กินประจำ จะทำไง...เฟื่องฟ้า

คนที่กิน พุทธองค์ มิตรัสถึง
แต่คำนึง ถึงพ่อค้า วาณิชใหญ่
วณิชชสูตร เล่มยี่สิบสอง แห่งพระไตรฯ
จารึกไว้ แจ่มชัด ขจัดงง

การค้าขาย ห้าประเภท เหตุเศร้าหมอง
ควรไตร่ตรอง ก่อนกระทำ นำใหลหลง
คือขายสัตว์ ขายศาสตรา พาสู่ดง
ขายยาพิษ ก็คง ห้ามเช่นกัน

ขายเนื้อสัตว์ อีกทั้ง ขายน้ำเมา
ซึ่งทำให้ คนเขลา เหตุโศกศัลย์
ยกมาให้ ไว้พิจารณา โดยทั่วกัน
เฟื่องฟ้าคง แจ้งครัน ตามยกมา

ส่วนสัมมา อาชีวะ ทางประเสริฐ
ทรงตรัสไว้ งามเลิศ ละมิจฉา
แต่งเป็นกลอน เสีย อรรถ รส พจนา
ขอยกมา ให้ศึกษา เป็นกรณี







จากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔
อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต


๗. วณิชชสูตร

[๑๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย
การค้าขาย ๕ ประการนี้ อันอุบาสกไม่พึงกระทำ
๕ ประการเป็นไฉน คือ
การค้าขายศาตรา ๑
การค้าขายสัตว์ ๑
การค้าขายเนื้อสัตว์ ๑
การค้าขายน้ำเมา ๑
การค้าขายยาพิษ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลายการค้าขาย ๕ ประการนี้แล
อันอุบาสกไม่พึงกระทำ ฯ

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_line.php?B=22&A=4838





จากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓
ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ลักขณสูตร


http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/item.php?book=11&item=170&items=1

[๑๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน กำเนิดก่อน
ละมิจฉาอาชีวะแล้ว สำเร็จความเป็นอยู่ด้วยสัมมาอาชีวะ
เว้นขาดจากการโกงด้วยตาชั่ง
การโกงด้วยของปลอม
และการโกงด้วยเครื่องตวงวัด
และการโกงด้วยการรับสินบน
การหลอกลวงและตลบตะแลง
เว้นขาดจากการตัด
การฆ่า
การจองจำ
การตีชิง
การปล้นและกรรโชก

ฯลฯ





เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








@ หมูลูกศร !

@ สิบเอ็ดตัว หมูเด็ก ยังเล็กอยู่
เมื่อพิศดู รู้ว่า เป็นอาหาร
ทั้งหมูทอดหมูผัดจัดใส่จาน
รับประทานทุกย่านทั่วบ้านเมือง

@ ไม่แปลกเลยหากไม่ได้รู้เห็น
เพราะหมูเป็นอาหารในจานเขื่อง
แทบทุกส่วนกินได้และใช้เปลือง
เริ่มรู้เรื่องก็รู้กินหมูเป็น

@ หมูมีคุณอย่างไรไม่อยากกล่าว
แต่เรื่องราวที่รู้หมูที่เห็น
หมูลูกศรหนุ่มน้อยร้อยเปอร์เซ็นต์
หมูเดินเล่นสุขใจไม่รู้ความ

@ อีกไม่นาน เนื้อหนัง มังสาเพิ่ม
ไขมันเสริม อ้วนพี ไม่มีห้าม
เข้าโรงเชือด ทุกตัว ทั่วเขตคาม
หากจะถาม บาปกรรม ทำหรือกิน ?

@ ลองวิเคราะห์ เจาะข่าว เรื่องราวหมู
ให้มันรู้ ไปเลย เผยให้สิ้น
ทั้ง CP โรงเชือด เลือดไหลริน
หมูนอนดิ้น กะแด่ว แล้วก็ตาย

@ คนเอาหมูมากินทุกถิ่นที่
หมูเหมือนมีพระคุณมีบุญหลาย
ทั้งเนื้อตัว มีค่าล้น คนมากมาย
ทั้งหญิงชาย กินหมู อยู่ทุกวัน

@ จึงอยากทราบบาปกรรมทำกับหมู
ทุกคนรู้แต่ใยไม่เหหัน
เลิกกินเนื้อเด็ดขาดประกาศพลัน
บาปบุญนั้น เราทำ กำหนดเอง....พุดเดิล

....อย่าซีเรียสนะครับกับเรื่องหมู ๆ ที่หนุ่มน้อยลูกศรนำมาเสนอ เราลองมาถกกันเพื่อเป็นเครื่องประดับสติปัญญา มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้างก็ปล่อย ๆ ไปเถอะนะครับ เพราะเรื่องหมู ๆ นี้ คงจะเป็นเรื่องจากชีวิตจริงของเด็กที่ประกอบอาชีพ ด้วยความรัก,สุจริต,และกตัญญู แต่สิ่งที่ควรระแวงและระวังก็คือ ผลกรรมที่แฝงอยู่ในการประกอบอาชีพค้าชีวิต ให้หนุ่มลูกศรได้คิดและไตร่ตรองดูให้ดีอีกที...ด้วยความเป็นห่วง....พุดเดิล




เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ ..

การค้าขาย ห้าประเภท เหตุเศร้าหมอง
ควรไตร่ตรอง ก่อนกระทำ นำใหลหลง
คือขายสัตว์ ขายศาสตรา พาสู่ดง
ขายยาพิษ ก็คง ห้ามเช่นกัน

ขายเนื้อสัตว์ อีกทั้ง ขายน้ำเมา
ซึ่งทำให้ คนเขลา เหตุโศกศัลย์
ยกมาให้ ไว้พิจารณา โดยทั่วกัน
เฟื่องฟ้าคง แจ้งครัน ตามยกมา ...หิ่งห้อยน้อย


ลูกศรน้อย หายไป อยู่ไหนหนอ
หลายคนรอ สงสัย ใยหนีหน้า
กรรมลูกศร ดูที่เหตุ เจตนา
เพื่อบิดา มารดา น่าเห็นใจ

กลับย้อนดู ลูกศร แต่ตอนต้น
ทวนหลายหน ดูอย่างไร ก็ไม่ใช่
แค่เลี้ยงหมู สุจริต ผิดข้อใด
หมูอ้วนใหญ่ เพราะลูกศร ต้อนเลี้ยงดู

มิได้ปล่อย ให้อดอยาก ลำบากสิ้น
เป็นอาจิณ ตื่นมา แต่เช้าตรู่
คอยระวัง สกัด กำจัดงู
เป็นห่วงหมู น้ำใจ ให้แสนงาม

นึกถึงงู ถ้าลูกศร ตัดรอนฆ่า
เจตนา เพราะกลัวหมู ถูกงูหาม
แล้วอย่างนี้ บาปคงชิด เฝ้าติดตาม
กลับกลายเป็น คำถาม ลามต่อไป

ไม่ตีงู ปล่อยให้หมู ถูกงูฆ่า
บาปมั้ยหนา ฉันงง และสงสัย
ลูกศรเอย ฉันรู้สึก นึกเห็นใจ
ทำดีไซร้ แต่ทำไม ไม่ได้ดี...เฟื่องฟ้า


สวัสดีแม่หิ่งห้อน้อย สวัสดีคุณพุดเดิล คุณลูกศร และสมาชิกทุกท่าน...







เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา
กมฺมํ กโรมิ กาเยน วาจาย มนสา

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า
เจตนานั่นแหละ เป็นกรรม เมื่อมีเจตนาแล้ว
บุคคลย่อมกระทำกรรมโดยทางกาย ทางวาจา และทางใจ






กลับย้อนดู ลูกศร แต่ตอนต้น
ทวนหลายหน ดูอย่างไร ก็ไม่ใช่
แค่เลี้ยงหมู สุจริต ผิดข้อใด
หมูอ้วนใหญ่ เพราะลูกศร ต้อนเลี้ยงดู ...เฟื่องฟ้า


พี่เฟื่องฯ ยก บาลีมา แล้วสาทก
อ่านแล้วค้าน กับที่ยก มางามหรู (สัมผัสพาไปค่ะ อิอิ)
คำแปลที่ กระบี่ฯ ให้ ลองอ่านดู
ท่านเลี้ยงหมู และอุ้มชู เพื่ออะไร

เลี้ยงเป็นเพื่อน เป็นน้อง หรือผองพี่
เลี้ยงอ้วนพี เจตนา เป็นไฉน
ป้องกันงู มิให้กัดหมู เพื่ออะไร
ที่ทุ่มเท เอาใจใส่ นั่นเจตนา

อย่าดูเพียง ทางกาย สิพี่ท่าน
ทางใจนั้น ก็อย่าผ่าน ต้องศึกษา
มโนกรรม โทษมากไซร้ เหลือคณา
กว่ากายา และวาจา โปรดตรองดู

มิได้ปล่อย ให้อดอยาก ลำบากสิ้น
เป็นอาจิณ ตื่นมา แต่เช้าตรู่
คอยระวัง สกัด กำจัดงู
เป็นห่วงหมู น้ำใจ ให้แสนงาม ...เฟื่องฟ้า

ต้องขอโทษ ลูกศร ยกกลอนร่าย
ดั่งใจร้าย แต่เห็นใจ อย่างล้นหลาม
จึงต้องยก พุทธพจน์ กำหนดความ
เพื่อมิให้ อกุศลลาม ออกกว้างไกล

อ่านจากกลอน ที่แต่งมา พารู้ว่า
ใช้วาจา ภาษาดี น่าเลื่อมใส
เห็นแววกวี รุ่งเรือง น่าเฟื่องไกล
จึงอยากให้ เข้าใจ สิ่งที่ทำ

ส่วนเลือกได้ หรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง
วิบากซึ่ง ส่งผลมา พาถลำ
หรือเบี่ยงได้ ใช้กล พ้นระกำ
บุญอุปถัมภ์ พาลูกศร ให้จรไกล


เจริญในธรรมค่ะ




จากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ อุปาลีสูตร

ท่านพระโคดม
ก็บรรดากรรมทั้ง ๓ ประการ ที่จำแนกออกแล้วเป็นส่วนละอย่างต่างกันเหล่านี้
กรรมไหน คือ กายกรรม วจีกรรม หรือมโนกรรม
ที่พระองค์บัญญัติว่ามีโทษมากกว่า
ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรม?


ดูกรตปัสสี
บรรดากรรมทั้ง ๓ ประการ ที่จำแนกออกแล้วเป็นส่วนละอย่างต่างกันเหล่านี้
เราบัญญัติมโนกรรมว่ามีโทษมากกว่า
ในการทำบาปกรรม ในการเป็นไปแห่งบาปกรรม
เราจะบัญญัติกายกรรม วจีกรรมว่ามีโทษมากเหมือนมโนกรรมหามิได้.



http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=13&A=1044&Z=1477









ส่วนเลือกได้ หรือไม่ อีกเรื่องหนึ่ง
วิบากซึ่ง ส่งผลมา พาถลำ
หรือเบี่ยงได้ ใช้กล พ้นระกำ
บุญอุปถัมภ์ พาลูกศร ให้จรไกล ... กระบี่ไร้เงา


เพราะอกุศล วิบาก ได้ส่งผล
ให้มาดล พบกับสิ่ง เลี่ยงไม่ไหว
คงขึ้นกับ ตนเอง ต้องตัดใจ
ว่าจักทำ อย่างไร ให้ถูกธรรม

กตเวที ตอบแทนคุณ พ่อแม่นั้น
คนละส่วนกัน กับธัมมา พาอุปถัมภ์
มีปัญญา ใช้ปัญญา ให้กุศลนำ
แม้ถลำ สู่อกุศล ดลทุกข์นาน

ท่านกระบี่ฯ นำหลักธรรม ค้านเฟื่องฟ้า
เพื่อจะเน้น ให้เห็นว่า ควรผสาน
กาย วาจา และใจ ในทุกงาน
อย่าแยกส่วน จักราน กุศลธรรม



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ





หากลูกศร ต้องรับกรรม เหมือนทำผิด
คนค้าขาย เกือบทุกทิศ ย่อมผิดล้ำ
ทั้งซีพี คนรับประทาน ร้านของชำ
เฟื่องฟ้าเอง กินประจำ จะทำไง...เฟื่องฟ้า


พุทธองค์ ไม่ได้ห้าม ให้กินเนื้อ
เว้นเสียแต่ บางสิ่ง ที่โปรดห้าม(เนื้อ 10 อย่าง)
หากกินจริง คงไม่บาป หรือห้ามปราม
หรืออย่างไร ช่วยบอกให้ กระจ่างใจ




ขออภัยที่ทำให้หลายคนห่วง
อันทั้งปวงลูกศรรู้หมูที่เลี้ยง
หวังเพียงแต่พระธรรมไม่ลำเอียง
ฉันจะเลี่ยงเมื่อเรียนจบครบวิชา

ฉันจะหาเลี้ยงตัวไม่กลัวอด
อนาคตที่ฝันใฝ่ในภายหน้า
คือทดแทนบิดาและมารดา
จะให้เขาเลิกค้าทั้งห้าประการ

อันดับแรกเลิกเลี้ยงหมูเพื่อการค้า
ทั้งศาตราถ้าจะขายฉันก็ค้าน
ทั้งยาพิษยาดองเหล้าขอสาบาน
มิให้อยู่ในร้านในบ้านเรือน

พวกเนื้อสัตว์วัวควายไม่ขายหรอก
เนื้อกระรอกก็ไม่จับมาเชือดเฉือน
ขอขอบคุณทุกๆคนที่บ่นเตือน
เปรียบเสมือนดาวประกายฉายส่องทาง

ฉันจะเป็นนักมวยด้วยค้าแข้ง
จะขายแรงเพื่ออำนวยช่วยแม่บ้าง
จะหากินให้ไกลคุกไกลตะราง
ช่วงระหว่างปิดเทอมหน้าท่าจะดี

จะไม่เลี้ยงหมูให้ใครไหนทั้งนั้น
จะกัดฟันฝึกต่อยไม่ถอยหนี
จะถีบเข่าให้ร้องครางกลางเวที
เงินที่มีจากค่าแรงแบ่งตายาย

อาชีพนี้ไม่มีห้ามในห้าข้อ
จะไม่ขอทำอะไรให้เสียหาย
จะต่อยมวยอย่างเดียวไม่เลี้ยงควาย
จะไม่ขายเนื้อหมูยอมสู้ทน

ขอขอบคุณที่ชี้ทางสว่างให้
จะปล่อยหมูออกไปให้ไกลพ้น
อยากได้บุญฉันก็ต้องยอมยากจน
หมดหน้าฝนฉันจะปล่อยให้คอยดู







อาชีพนี้ไม่มีห้ามในห้าข้อ
จะไม่ขอทำอะไรให้เสียหาย
จะต่อยมวยอย่างเดียวไม่เลี้ยงควาย
จะไม่ขายเนื้อหมูยอมสู้ทน

ขอขอบคุณที่ชี้ทางสว่างให้
จะปล่อยหมูออกไปให้ไกลพ้น
อยากได้บุญฉันก็ต้องยอมยากจน
หมดหน้าฝนฉันจะปล่อยให้คอยดู ... ลูกศร

คุณลูกหมู อุ๊ย...ลูกศร คนสอนง่าย
ไม่เลี้ยงควาย ไม่ขายเนื้อ ไม่เลี้ยงหมู
กระบี่ฯ ฟัง เลยพลั้งใจ ให้เอ็นดู
น้องลูกหมู อุ๊ย..ลูกศร พาผ่อนคลาย

ให้ความรู้ ก็รับ จับใส่จิต
ชวนให้ชิด ธรรมา ก็ว่าง่าย
มีความหวัง ว่าไม่สู่ ลู่อบาย
เพราะมีสหาย ที่ดี ช่วยชี้ทาง

ฉันจะเป็นนักมวยด้วยค้าแข้ง
จะขายแรงเพื่ออำนวยช่วยแม่บ้าง
จะหากินให้ไกลคุกไกลตะราง
ช่วงระหว่างปิดเทอมหน้าท่าจะดี ... ลูกศร

เป็นนักมวย ใช่รำสวย ด้วยทีท่า
ต้องใช้หมัด แทนศาสตรา ใช่ไหมนี่
ต่างอะไร กับใช้ไม้ ไปต่อยตี
ถึงจะมี จุดประสงค์ ที่ต่างกัน

แต่ไม่พ้น การทำร้าย ให้บาดเจ็บ
ใช่เพียงเหน็บ แค่วาจา มาห่ำหั่น
ใช้ร่างกาย เป้าหมาย เข้าโรมรัน
เข้าฝ่าฟัน ฝ่ายตรงข้าม ดั่งศัตรู

คงผิดทาง สัมมา อาชีวะ
ที่ไม่ละ ไม่เมตตา คู่ต่อสู้
บางครั้งถูก ที่สำคัญ พลันร่วงพรู
มิอาจมี ชีวิตอยู่ ได้สืบไป

เท่ากับฆ่า คนตาย มิใช่หรือ
ผลก็คือ ผิดศีล ผิดวิสัย
รีสอร์ทที่ คุณลูกศร เคยกล่าวไว้
เปลี่ยนเป้าหมาย ใช้แรงไป ให้ถูกทาง


เจริญในธรรมค่ะ




กลีบบัวน้อยลอยมา...ขอพักจิต
หวังจะพบมิ่งมิตร...ให้คบหา
เผื่อชี้แนะ...ทั้งทางโลกแลธรรมา
จึงสรรอักษรา...มารวมดู

อ่านแต่ต้น เตือนสติ ชวนให้คิด
เลี้ยงชีวิต ของลูกศร ด้วยค้าหมู
แม่หิ่งห้อย คอยชี้ ด้วยเป็นครู
เฟื่องฟ้าอยู่ คอยนำ คำมาจาร

เราเป็นลูก เลี่ยงไม่ได้ อาชีพแม่
ทุกข์ทนแท้ เกิดใน วัฏฏสงสาร
ทั้งต้องอยู่ในที่ แสนกันดาน
อีกต้องทน ทรมาน กายและใจ

เราเป็นลูก เลี่ยงไม่ได้ ทำไปก่อน
อย่างตัดลอน ใจตน ให้หม่นไหม้
กรรมอาจทำ บุญก็สร้าง ร่วมกันไป
คงหนุนให้ พบสุข เข้าสักที

(ฉันเคยเห็น)
คนขายปลา ลดราคา ทำบุญด้วย
บุญก็ช่วย กรรมก็ทำ ด้วยหน้าที่
ต้องเลี้ยงดูครัวครอบ ปุพพการี
สุดหลีกหนี ต้องทน...และต้องทน
(เขาบอกว่า...เกิดเป็นคนแล้วนี้)

ขอสวัสดีทุกท่านในห้องกวีธรรม





ปล่อยหมูได้บุญหรือ… ...

เราเป็นลูก เลี่ยงไม่ได้ ทำไปก่อน
อย่างตัดลอน ใจตน ให้หม่นไหม้
กรรมอาจทำ บุญก็สร้าง ร่วมกันไป
คงหนุนให้ พบสุข เข้าสักที…กลีบบัว

กลีบบัวน้อย ลอยทวนน้ำ นำกลิ่นหอม
น่าดมดอม แปลกใจ ไฉนนี่
มุมมองท่าน หลากหลาย มากมายดี
หลักการนี้ ฉันชอบ ขอขอบใจ

ระหว่างนี้ ลูกศร คงนอนแล้ว
เรี่ยวแรงแผ่ว ไม่เป็นไร ถ้าไม่ไหว ( คงซ้อมมวย )
ฟังกลีบบัว ก็รู้สึก นึกทันใด
บาปกับบุญ ต้องหมุนไป คงใช่จริง

กตัญญู รู้คุณ ย่อมหนุนเกื้อ
เฟื่องฟ้าเชื่อ บัวน้อย คล้อยตามยิ่ง
แม่หิ่งห้อย คงมิจิต คิดติติง
ส่วนกระบี่ คงไม่นิ่ง ติงเช่นกัน

ฉันไม่ชอบ ให้ลูกศร นอนร้องไห้
ต้องหมองไหม้ ไร้สุข ทุกข์มหันต์
เขาทำดี ที่เลี้ยงหมู อยู่ทุกวัน
แต่สิ่งนั้น คนอื่นหา ว่าไม่ควร

แสนลำบาก แทนลูกศร ผู้อ่อนไหว
จะปล่อยหมู ออกไป ไม่คืนหวน
ถามคำเดียว อย่าหา ว่ารบกวน
ควรมั้ยควร แม่หิ่งห้อย น้อยตอบที...เฟื่องฟ้า

สวัสดีคุณกลีบบัว และสมาชิกทุกท่าน...




ผู้มาใหม่ รู้สึกปลื้ม ครั้นโดนทัก
ยังอ่อนนัก ทั้งเรื่องกลอน ทั้งภาษา
เพราะเรียนน้อย รู้น้อย ต้อยตำรา
อีกนำพา ว่ากวี ตามอารมณ์

กลีบบัวยก แม่ค้าปลา ใช่แกล้งเล่า
เพราะคนเรา เลือกไม่ได ดั่งใจสม
บ้างมีสุข บ้างมีทุกข์ บ้างระทม
ร้าวระบม สุดแต่กรรม จะนำพา

ถ้าปล่อยบาปปล่อยกรรมได้..ดังปล่อยหมู
เราท่านรู้ คงไม่มี ผู้ทุกข์หนา
ถ้าปล่อยบาปปล่อยกรรมได้..ดังปล่อยปลา
องค์ศาสดา คงไม่ต้อง วางรากธรรม

ขอให้ธรรม นำเราไป






กลีบบัวยก แม่ค้าปลา ใช่แกล้งเล่า
เพราะคนเรา เลือกไม่ได้ ดั่งใจสม
บ้างมีสุข บ้างมีทุกข์ บ้างระทม
ร้าวระบม สุดแต่กรรม จะนำพา ...กลีบบัว

สวัสดี ท่านกลีบบัว ผู้งามงด
ผู้มีพจน์ ถ้อยวลี มีสิกขา
ชี้ให้เห็น บาปใช่เป็น ดั่งปูปลา
ถ้าปล่อยได้ ดั่งจินตนา คงยินดี

แม้เลือกเกิด ไม่ได้ ดั่งที่ว่า
แม้ว่ามี สัทธา พระทรงศรี
อีกแม้เชื่อ ในธรรม พระภูมี
ย่อมเดินหนี จากทางที่ สู่กรรมดำ

เพราะมามืด ต้องออกจาก ความมืดนั้น
ขืนช้าพลัน ยากออกได้ ให้ถลำ
บาปก็ทำ บุญก็สร้าง ใช่ทางธรรม
มืดครอบงำ ย่อมไม่เห็น เส้นโคจร

สพฺพปาปสฺส อกรณํ
ควรหยุดยั้ง กระทำชั่ว ธ ทรงสอน
กุสลาสูปสฺมปทา ควรสังวร
เพื่อเข้าสู่ ทางโคจร ของศาสดา

ตั้งส้จจะ อธิษฐาน กราบกรานไหว้
แม้นมืดมา ขอสว่างไป ไว้เถิดหนา
แม้นมามืด กลับมืดไป ไร้ราคา
เท่ากับว่า เสียที ที่พบธรรม


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









หิ่งห้อยน้อย อย่างพึ่ง มองบัวผิด
ลูกศรติด ในบ่วง ห้วงอกุศล
ยังข้องเกี่ยว ในวัฏฏะ แลวังวน
สุดหลีกพ้น ด้วยว่าวัย ไม่เจริญพอ

ใช่กลีบบัว แนะสอน ให้ข้องบาป
ขอให้ทราบ จะเน้น เรื่องบุญหนอ
ถ้ายังไม่ ถึงกาล..ละ..คงต้องรอ
และไม่ท้อ ให้มุ่งทำ แต่กรรมดี

อย่างวันนี้ มีแสง ส่องทางให้
ขอเพียงใจ มีสัทธา พระทรงศรี
ตรงเข้ามา รับน้ำใจ แลไมตรี
จากน้องพี่ ผู้ร่วม หนทางธรรม



ที่ว่า...มามืด...ไปสว่าง...ขอให้ธรรม นำเราไป







กราบขออภัยเจ้าค่ะ

หากวาจา ก้าวล่วงไป อภัยเถิด
อย่าให้เกิด เวรภัย ในสังสาร
ทราบเจตนา กลีบบัวใช่ ให้มั่วมาร
แต่ที่กล่าว ดั่งราน หักหาญใจ

ต้องการเสริม ความให้ชัด ประจักษ์จิต
ว่าต้องพิศ พิจารณา อย่าสงสัย
เพราะผู้อ่าน บางท่าน นั้นเข้าใจ
ว่าบุญกรรม บวกลบได้ ดั่งยินยล


หิ่งห้อยน้อย อย่าพึ่ง มองบัวผิด
ลูกศรติด ในบ่วง ห้วงอกุศล
ยังข้องเกี่ยว ในวัฏฏะ แลวังวน
สุดหลีกพ้น ด้วยว่าวัย ไม่เจริญพอ ... กลีบบัว

จึงช่วยเสริม เติมให้ กระจ่างชัด
เพื่อไม่ปัด ไม่เลี่ยง เกี่ยงบุญหนอ
ว่าทำบุญ แล้วพ้นบาป ได้เพียงพอ
หิ่งห้อยฯ ขอ เพียงจุดไฟ ให้สว่างนำ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






สวัสดีพวกพี่ๆที่น่ารัก
ขอทายทักเวลานี้ด้วยมีเรื่อง
พ่อแม่ฉันเขาต่อว่าพาโกรธเคือง
ฉันซึมเซื่องนั่งบนภูอยู่เดียวดาย

ด้วยเนื่องจากฉันบอกว่าจะไม่เลี้ยง
หมูทั้งหมดขอหลีกเลี่ยงเลี้ยงเพื่อขาย
แต่นี้ไปฉันจะเลี้ยงแค่ตายาย
จึงโดนดุเช้าจนบ่ายอายเพื่อนจัง

ฉันบอกว่าจะต่อยมวยช่วยพ่อแม่
ถึงต่อยแพ้โดนเตะล้มไม่สมหวัง
ไม่เป็นไรขอเพียงแต่ได้สตังค์
เลือดรินหลั่งเพื่อพ่อแม่แพ้ก็ยอม

แม่หันหลังพ่อมองหน้าน้ำตาร่วง
กล่าวทักท้วงพูดเปิดใจไม่อ้อมค้อม
แต่นี้ไปพ่อกับแม่จะอดออม
จะทำไร่ท้ายกระท่อมแบบย่อมเยา

จะปลูกผักเพื่อไว้กินเหลือไว้ขาย
จนวันตายไม่ให้ฉันนั้นขายเหล้า
เลิกทั้งหมดเลิกจริงๆสิ่งมัวเมา
หมูในเล้าจะปล่อยไปไม่กลัวจน

แม่หันมามองหน้าฉันพลันโอบไหล่
ฉันดีใจเริ่มผ่อนคลายหายหมองหม่น
แล้วบอกว่าพ่อแม่พร้อมยอมอดทน
แม้เหนื่อยล้นสักเพียงใดจะไม่กลัว

เรื่องต่อยมวยช่วยพ่อแม่พอแค่นี้
หมั่นทำดีจงลดละผละความชั่ว
หลังจากนั้นหมูเดินออกทีละตัว
มุดรอดรั้วต่างมุ่งสู่ยอดภูดอย







ขอร่วมอภิวาทบูชา            องค์พระศาสดา
ผู้เปี่ยมล้นพ้นคุณ

นอบน้อมสัทธรรมที่หนุน      และได้ค้ำจุน
มนุษย์และหมู่เวไนย

นมัสการสงฆ์ของภูวไนย      ทิ้งตัณหาไกล
เดินตามรอยบาทศาสดา







ขอน้อมอนุโมทนา             ลูกศรจารมา
ให้เห็นทำตามพุทธพจน์

กระบี่ไร้เงา ขอจรด           สองกรประณต
ขอร่วมอนุโมทนาที่ทำ

ชาตินี้ได้สร้างกุศลกรรม      เพื่อน้อมและนำ
สู่ทางขององค์ศาสดา

มิได้เสียทีเกิดมา             พบพุทธศาสนา
ท่านชื่อผู้สร้างความเพียร

สัมปธานสี่ที่เรียน            ท่านได้พากเพียร
ให้เกิดภายในจิตตน

อกุศลที่มีในตน             ท่านมิสับสน
กลับใฝ่ในคำศาสดา

กระบี่ฯ จึงน้อมโมทนา       ทั้งกาย วาจา
และจิตที่น้อมยินดี


เจริญในธรรมค่ะ





น่ายินดียิ่งแล้วลูกศรแก้ว
คงคลาดแคล้วเวรภัยในสังสาร
ผมขอนบอนุโมทนาการ
แลผสานเลื่อมใสในแนวทำ




 เปิดอ่านหน้านี้  5215 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย