ชีวิตของคนเรานี่มันง่ายนิดเดียว เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเล็กเล็กเส้นเดียว บางคราวก็มีอาการเหมือนจะขาดสูญไปอย่างนั้น ในบางคราวก็กลับมา
อ.พุทธทาสเล่าถึง #ประสบการณ์เฉียดตาย ไว้ เมื่อภิกษุสามเณรจากวัดพระบรมธาตุไชยาเข้าเยี่ยมหลังอาพาธหนัก ท่านได้ใช้ความเจ็บป่วยของท่านในการให้สอนธรรมะและเตรียมตัวตายอย่างสงบ
"มันเกี่ยวกับเป็นโรค ซึ่งหมอเรียกว่าเส้นโลหิตอุดตัน แห้งกรัง โลหิตแห้งกรัง และเส้นโลหิตอุดตัน สูญเสียความรู้สึกไปหมด เป็นกันมากนะบางคน...ไม่ค่อยมีใครตาย ไม่ได้ตาย แต่กลับฟื้นขึ้นมาได้...หมอประเวศ บอกว่า นายกรุณา กุศลาสัย ที่เค้าเรียก บางคนก็รู้จัก เป็นเหมือนกับผม เป็นเอามากมากเหมือนกัน แต่ก็ฟื้นขึ้นมาได้ ก็เป็นกันมากแต่ก็ไม่มีใครตาย"
ท่านเล่าว่าเมื่อใกล้ตาย หมดความรู้สึก เหมือนอยู่ในสภาพที่ไม่มีน้ำหนัก
"...ชีวิตของคนเรานี่มันง่ายนิดเดียว เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายเล็กเล็กเส้นเดียว บางคราวก็มีอาการเหมือนจะขาดสูญไปอย่างนั้น ในบางคราวก็กลับมา จะเล่าโดยเฉพาะใจความที่มีอาการเหมือนจะว่างไปลึกๆ เรียกว่าตายไป
หมายความว่าหมดความรู้สึก หมดความรู้สึก....ไม่รู้สึกตัว แต่ไม่ตายนะ มันไม่รู้สึกตัว ไม่รู้สึกยิ่งกว่าตายนะ แต่มันไม่ตาย มันมีสภาพ เรียกว่า ไร้น้ำหนัก ไม่มีความรู้สึกในน้ำหนัก
เช่นว่าใครอยู่ที่ไหนมันก็มีน้ำหนัก แบบนั้นนะ น้ำหนักมันต้องมีน้ำหนักลงแบบนี้ ลงเรียกว่าเกิดการต่อต้าน ดันทางข้าง ทางซ้าย ทางขวา มันก็มีน้ำหนัก สภาพที่มีน้ำหนักนั่นหายหมดสูญหมด สูญหมด แม้แต่ว่าน้ำหนักของตัวเอง ว่ากด ตั้งอยู่บนอะไรก็ไม่รู้สึก"
ท่านเล่าว่าหลังฟื้นขึ้นมา จำชื่อใครไม่ได้
"...มันก็เลยไม่ต้องรู้สึกอะไรหมด ใน 2 ชั่วโมงนั้น ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เป็นสภาพไร้น้ำหนัก ถ้าพูดก็เท่ากับว่าไร้ชีวิต ไร้ชีวิต มันไม่มีความสำคัญสำนึกว่า ว่าชีวิตมีอยู่ มันเหมือนกับของที่ไม่มีชีวิต เบายิ่งกว่าเบา แล้วจึงค่อยๆ รู้สึกว่ามีน้ำหนัก สภาพไร้น้ำหนักคืนมากลับมามีน้ำหนัก จนเกิดความรู้สึก โอ้..อยู่กันดี ยังอยู่ ยังมีชีวิต ก็เลยรู้สึกตัวขึ้นมา
ไม่รู้ว่าใคร ไม่รู้ว่าใคร ไม่รู้ว่าพระองค์ไหน ไม่มีหวัง คือนึกไม่ออกว่าชื่ออะไร เรียกชื่อก็ไม่ถูก เรียกชื่อก็ไม่ออก นึกก็ไม่ออก จนว่าค่อยๆรู้ว่า องค์นี้ หลายชั่วโมงมาแล้ว เป็นชั่วโมงมาแล้วนี่จึงรู้สึกว่า โอ้.. องค์นี้ องค์นี้ ไม่รู้ว่าองค์ไหน ชื่ออะไรก็ไม่รู้"
#ความรู้สึกว่างทางกายเมื่อใกล้ตาย
"ชีวิตที่เป็นทาสโดยธรรมชาติน่ะมันสูญสิ้น จนกว่าจะกลับแล้วค่อยๆกลับมา นี่เป็นสิ่งที่มีได้นะ ผมจึงสรุปความว่าสภาพไร้ชีวิตที่ไม่ตายนะ คือหมดความรู้สึกโดยประการทั้งปวง เรียกว่าสภาพไร้น้ำหนักโดยประการทั้งปวง เหมือนกับว่าออกไปนอกอวกาศและก็ไม่มีบน ไม่มีล่าง ไม่มีกลาง ไม่มีเหนือ ไม่มีใต้
โหถ้าตายเวลานี้นะ สบาย สบายจนบอกไม่ถูก สบายอย่างยิ่ง จนบอกไม่ถูกว่าสบายอย่างไร ถ้ามันตายไป ถ้ามันดับเลยไปเสียคราวนั้นมันสบายอย่างบอกไม่ถูก สภาพที่ไร้ความรู้สึก แต่มันก็ไม่ตาย เป็นสภาพไร้น้ำหนัก ไร้ความรู้สึก เค้าเรียกว่าไร้อะไร #ไร้ระบบประสาท น่ะ ระบบประสาทไม่รู้สึก เป็นเรื่องอัศจรรย์ใจ
ถ้ามันตายไปเลย จะสบาย สบาย หมดปัญหา หมดปัญหาอย่างยิ่ง แต่นี้มันไม่ตาย ยังไม่ตาย มันกลับมาอีก ถ้าตายหล่ะ ต้องใช้คำว่าวิเศษที่สุด มันไม่รู้สึกว่าเจ็บปวดอะไร ว่างไปหมด ว่างไปหมด
ในคำว่าว่างอย่างนี้ไม่ใช่ว่างทางธรรมะ ไม่ใช่ว่างทางบังคับกิเลส ไม่ใช่ มันว่างด้วยร่างกายมันเสื่อมสภาพ แล้วอายุมันมาก ทำให้นึกคิดไปในทางพระพุทธเจ้า ท่านชิงไปเสียตั้งแต่อายุ 80 ปี 80 ปี ไปแล้ว ไอ้เราเกิน 80 ปีแล้ว ทรมาน เผชิญโรคสภาพไร้น้ำหนัก สภาพว่างอย่างไร้น้ำหนัก ซึ่งไม่ใช่ความตายโดยตรง ทำให้อยากมีอายุไม่เกิน 80 แต่นี่มันก็เลยมาเสียแล้ว ถ้ามันบังเอิญหรือว่ามันโชคดีมันกลับมาได้ รับรู้ระบบประสาท ใช้ได้เหมือนเดิมก็ดี ก็ดี จะได้ทำการทำงาน ได้สืบอายุพระศาสนาต่อไป"
#เตรียมตัวตายอย่างสงบ
"...มันคงฉลาดขึ้นเยอะที่เดียว ถ้าได้ผ่านสภาพไร้น้ำหนักมาสักคราวมันจะฉลาดขึ้นเยอะ เรียกว่าเตรียมตัวสำหรับไม่กลัว สำหรับไม่กลัว สำหรับไม่หวั่นไหว แต่มันก็ไม่ได้โอกาสถึงขนาดนั้น ก็มันบังคับไม่ได้นิ มันบังคับให้รู้สึกก็ไม่ได้ มันไม่รู้สึกเอง ไม่รู้สึกเอง เรียกว่ามันไม่รู้สึกชนิด ไม่รู้สึกกันเสียจริงๆ นี่ขอถวายเป็นความรู้พิเศษไว้
ไอ้มนุษย์ไอ้คนไอ้ชีวิตนี้ไม่ มันไม่มั่นคงเลย มันยิ่งกว่าฝุ่นลมปลิวพัด นี่ถ้าว่ามันเกิดสภาพแบบนี้ขึ้นมา อย่าตกใจ อย่าตกใจ พยายามทำสมาธิ ผสมโรงผสมร้อยให้มันนิ่ง มันนิ่ง แล้วมันก็จะมีคุณ จะมีคุณ
ถ้าว่าตายก็ตายดี ดับดี จะเป็นชั้นไหนก็ไม่รู้ แต่ว่าเป็นชั้นที่แบบว่าไม่ได้ให้โทษ ไม่ให้โทษ ไม่เกิดโทษ มันเงียบหายไป นี่หล่ะแค่นี้หล่ะ มีแค่นี้หล่ะ ถวายให้เป็นความรู้พิเศษสำหรับ ชีวิต สำหรับชีวิต ก็ผ่านกันมาจนถึงว่า ต้องเรียกว่าไร้น้ำหนัก ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ไร้ความรู้สึก ไร้ความรู้สึก เช่นว่าอยู่แค่นี้
นี่ขอถวายไว้เป็นความรู้ เป็นความรู้เรื่องพยาธิ โรคาพยาธิ ชาติชรามรณะ เมื่อเรายังไม่ตาย มันยังมีอาการชนิดนี้ ให้รู้ ให้รู้ ให้ศึกษา แต่ถ้าพูดถึงความน่ากลัว ก็น่ากลัวเหมือนกัน น่ากลัวเหมือนกัน สภาพไร้น้ำหนัก ที่ว่าน่ากลัวเหมือนกันนี่เราจะได้ทำใจเสียตั้งแต่เนิ่นๆ"
พุทธทาสภิกขุ