"จำพรรษากับท่านอาจารย์มั่น" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)

 วิริยะ12    8 ก.ย. 2565

.
 "จำพรรษากับท่านอาจารย์มั่น"

" .. ท่านว่า "ปีจำพรรษากับท่านอาจารย์มั่นปีแรกที่เชียงใหม่ เกิดความปีติยินดีอย่างบอกไม่ถูก สมที่พยายามติดตามท่านมาหลายปี" แม้จะได้ฟังโอวาทท่านบ้างในที่ต่าง ๆ ก็เพียงชั่วระยะ ไม่จุใจ เดี๋ยวก็ถูกท่านขับไล่หนีไปอยู่คนละทิศละทาง

เมื่อสบโอกาสวาสนาช่วยได้จำพรรษากับท่านจริง ๆ "ในพรรษานั้นจึงดีใจมากและเร่งความเพียรใหญ่แทบไม่ได้หลับนอน บางคืนประกอบความเพียรตลอดรุ่ง"

คืนวันหนึ่ง "จิตสงบรวมลงอย่างเต็มที่ไปพักใหญ่จึงถอนขึ้นมา เกิดความอัศจรรย์ในความสว่างไสวของใจซึ่งไม่เคยเป็นถึงขนาดนั้นมาก่อน" ทำให้เพลิดเพลินในธรรมจนสว่างคาตาไม่ได้หลับนอนเลยในคืนวันนั้น

พอตื่นเช้าได้เวลาเข้าไปทำข้อวัตรอุปัฏฐากท่านอาจารย์มั่นและขนบริขารท่านลงมาที่ฉัน "พอท่านออกจากที่ภาวนา ตาท่านจับจ้องมองดูหลวงปู่ขาวจนผิดสังเกต" ท่านเองรู้สึกกระดากอายและกลัวท่านว่าตนทำผิดอะไรไปหรืออย่างไร

สักประเดี๋ยวท่านก็พูดออกมาว่า ..

"ท่านขาวนี้ภาวนาอย่างไร คืนนี้จิตจึงสว่างไสวมาก" ผิดกับที่เคยเป็นมาทุก ๆ คืนนับแต่มาอยู่กับผม ต้องอย่างนี้ซิจึงสมกับผู้มาแสวงธรรม ทีนี้ท่านทราบหรือยังว่า "ธรรมอยู่ที่ไหน คืนนี้สว่างอยู่ที่ไหนล่ะท่านขาว"

"สว่างอยู่ที่ใจครับผม" ท่านเรียนตอบทั้งกลัวทั้งอายแทบตัวสั่นที่ไม่เคยได้รับคำชมเชยแกมคำซักถามเช่นนั้น

"แต่ก่อนธรรมไปอยู่ที่ไหนเล่าท่านจึงไม่เห็น นั่นแลธรรม" ท่านจงทราบเสียแต่บัดนี้เป็นต้นไป "ธรรมอยู่ที่ใจนั่นแล ต่อไปท่านจงรักษาระดับจิตระดับความเพียรไว้ให้ดี อย่าให้เสื่อมได้"

นั่นแล "คือฐานของจิต ฐานของธรรม ฐานของความเชื่อมั่นในธรรม และฐานแห่งมรรคผลนิพพานอยู่ที่นั่นแล" จงมั่นใจและเข้มแข็งต่อความเพียรถ้าอยากพ้นทุกข์ "การพ้นทุกข์ต้องพ้นที่นั่นแน่นอน ไม่มีที่อื่นเป็นที่หลุดพ้น" อย่าลูบคลำให้เสียเวลา เรามิใช่คนตาบอดพอจะลูบคลำ

"คืนนี้ผมส่งกระแสจิตไปดูท่าน เห็นจิตสว่างไสวทั่วบริเวณ" กำหนดจิตส่งกระแสไปทีไรเห็นเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดจนสว่างเพราะคืนนี้ผมมิได้พักนอนเลย "เข้าสมาธิภาวนาไปบ้าง ต้อนรับแขกเทพบ้าง" กำหนดจิตดูท่านบ้าง เรื่อยมาจนสว่างโดยไม่รู้สึก

พอออกจากที่จึงต้องมาถามท่าน เพราะอยากทราบเรื่องของหมู่คณะมานาน "สบายไหม อัศจรรย์ไหม" ทีนี้ท่านถาม ท่านเล่าว่า "ท่านนิ่ง ไม่กล้าเรียนตอบท่าน เพราะท่านดูตับดูปอดเราจนหมดแล้วจะเรียนตอบเพื่อประโยชน์อะไร"

นับแต่วันนั้นมายิ่งกลัวและระวังท่านมากขึ้น "แม้แต่ก่อนก็เชื่อท่านว่ารู้จิตใจคนอย่างเต็มใจไม่มีทางสงสัยอยู่แล้ว" ยิ่งมาโดนเข้าคืนนั้นก็ยิ่งเชื่อยิ่งกลัวท่านมากจนพูดไม่ถูก "นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาท่านตั้งหลักใจได้อย่างมั่นคงและเจริญยิ่งขึ้นโดยลำดับ" ไม่มีเสื่อมถอยเลย

"ท่านอาจารย์มั่นก็จี้ใจเราอยู่เสมอ" เผลอตัวไม่ได้เป็นโดนท่านดุทันทีและดุเร็วยิ่งกว่าแต่ก่อน "การที่ท่านช่วยจี้ช่วยเตือนเรื่อยมานั้น ความจริงท่านช่วยรักษาจิตรักษาธรรมให้เรา" กลัวจะเสื่อมไปเสีย .. "

"อนาลโย ผู้ไม่มีความอาลัย"
(หลวงปู่ขาว อนาลโย)
 



DT014902

วิริยะ12

8 ก.ย. 2565
 เปิดอ่านหน้านี้  5274 

  ความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย