|
พุทธศาสนสุภาษิต
|
คำแปล
|
|
ปมาโท รกฺขโต มลํ |
ความประมาท
เป็นมลทินของผู้รักษา |
|
เย ปมตฺตา ยถา มตา |
ผู้ประมาท
เหมือนคนตายแล้ว |
|
ปมาเทน น สํวเส |
ไม่ควรสมคบด้วยความประมาท
|
| ปมาทมนุยุญฺชนฺติ
พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา |
คนพาลมีปัญญาทราม
ย่อมประกอบแต่ความประมาท |
| เต
ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ เย ปมชฺชนฺติ มาณวา |
คนประมาท
ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน |
ยาวเทว
อนตฺถาย ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ |
ความรู้เกิดแก่คนพาล
ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย,
มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย |
โย
จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต
เอกาหฺ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน |
ผู้ใดมีปัญญาทราม
มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู้ตั้งร้อยปี,
ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวประเสริฐกว่า |
โย
จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา |
เมื่อก่อนประมาท
ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง
เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น |
ยญฺหิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ อกิจฺจํ ปน กยีรติ
อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา |
คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ
ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ
เมื่อเขาถือตัวประมาท อาสวะย่อมเจริญ |
พหุมฺปิ เจ สํหิต ภาสมาโน
น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต
โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ
น ภาควา สามญฺญฺสฺส โหติ |
หากกล่าวพุทธพจน์ได้มาก
แต่เป็นคนประมาท
ไม่ทำตามพุทธพจน์นั้น ก็ไม่มีส่วนแห่งสามัญญผล
เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโคให้ผู้อื่นฉะนั้น |