ภัยอ่าไทยใกล้ถึง กทม.แล้ว ร่วมมือกันหน่อยนะค่ะ

    

ขณะนี้แผ่นดินไทยทางด้านทะเลอ่าวไทย ได้สูญเสียไปจำนวนมาก
จึงอยากให้คนไทยช่วยกันรณรงค์เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง และช่วยกัน FW นี้
ให้ทุกคนได้รู้จักและได้ตื่นตัวกับภัยธรรมชาติที่ใกล้เข้ามาถึงกรุงเทพเต็มที

หมู่บ้านขุนสมุทรจีน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วิกฤติ
ที่มีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา
โรงเรียนที่ทำการของส่วนราชการ รวมถึงประชาชนต้องอพยพ ถอยร่นเข้าไป
ในแผ่นดินครั้งแล้วครั้งเล่า ในช่วงเวลากว่า 2 ทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา
โรงเรียนของชุมชนต้องย้ายสถานที่ตั้งมาแล้วถึง 4 ครั้ง ส่วนผู้ใหญ่บ้านเองก็
ย้ายบ้านมาแล้วถึง 4 ครั้งเช่นกัน

การเพิ่มขึ้นของการกัดเซาะที่เกิดขึ้นในบ้านขุนสมุทรจีนนี้ เป็นผลจากการสูญ
เสียพื้นที่ป่าชายเลนที่ขึ้นอยู่ตลอดแนวชายฝั่ง เมื่อปราศจากระบบรากของ
ป่าชายเลนที่จะคอยช่วยรักษาเสถียรภาพของแนวชายฝั่งและช่วยเพิ่มตะกอน
แล้ว แนวชายฝั่งก็ไม่อาจต้านทานต่อกระแสลมแรง คลื่นและกระแสน้ำ
ที่ถาโถมเข้าใส่อยู่เนืองนิจได้อีกต่อไป ทุกวันนี้ชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจกัน
รักษาวัดขุนสมุทราวาสซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของหมู่บ้านเอาไว้ ทั้งที่ในอดีตวัด
นี้เคยตั้งอยู่ไกลจากแนวชายฝั่งมาก แต่ปัจจุบันพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของวัดจมอยู่
ใต้น้ำทะเล แม้ว่าชาวบ้านได้ร่วมกันสละทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อรักษาวัดไว้
แต่พวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขต้นตอที่ทำให้เกิดการกัดเซาะได้
หากปราศจากการดำเนินงานและความช่วยเหลืออย่างจริงจังจากหน่วยงานภา
ครัฐบ้านขุนสมุทรจีน รวมถึง หมู่บ้านอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาในลักษณะเดียว
กัน ก็จะต้องอพยพย้ายไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีแผ่นดิน...และเมื่อนั้นก็จะไม่มี
หมู่บ้านเหลืออยู่อีกต่อไป

ผู้ใหญ่บ้านสมร เข่งสมุทร: "ฉันจะยืนหยัดต่อสู้ เพื่อแผ่นดินเกิด ไม่มีท้อ ไม่มีถอย"

สามารถช่วยเหลือหรือติดต่อกับผู้ใหญ่บ้านได้ที่ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน
67 หมู่ที่ 9 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 10290
โทร. 0-2819-5296, 08-6567-5296

หวังว่า FW นี้จะเป็นประโยชน์กับทางบ้านขุนสมุทรจีน
และหวังว่าผู้อ่านจะตื่นตัวและพร้อมกันช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยด้วยกันค่ะ




ถึงคุณฉัตรพิไล
ถึง ผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร

.......น่าเห็นใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหานี้ ไม่ใช่เพิ่งเกิดที่นี่เป็นที่แรก ในเมืองไทยเกิดขึ้นหลายที่แล้ว การกัดเซาะชายฝั่งทะเล เป็นการกัดเซาะจากที่หนึ่งแล้วนำดินที่ถูกกัดเซาะจากตรงนี้ ไปเพิ่มเนื้อที่ชายหาดอีกที่หนึ่ง ดังนั้นก็ยากที่จะมีสิ่งกีดขวางการกัดเซาะได้ นอกจากจะทำอย่างจริงจัง และคงต้องเป็นแผนการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากภาครัฐอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เป็นการจัดสรรงบประมาณเฉพาะคราว แต่ต้องเป็นแผนการป้องกันที่จริงจัง แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะเสนอไปยังหน่วยงานไหนล่ะ...มีหน่วยงานที่จะออกโรงมาทำการรับรู้หรือไม่...ซึ่งกระผมเองก็เป็นราษฎรเต็มขั้นคนหนึ่ง จึงได้แต่แสดงความเห็นใจ

.....ที่จังหวัดเพชรบุรี...บ้านบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม เกิดการกัดเซาะชายฝั่งมาตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว กลืนที่ดินและบ้านเรือนราษฎรเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรมาแล้ว และปัจจุบันก็ยังกัดเซาะอยู่ คนที่อยู่ติดทะเลก็ต้องหาทางกันเอง ผลสุดท้ายก็ต้องขายที่ดินอย่างถูกๆรีบหนีขึ้นมาอยู่ที่ตัวจังหวัด หรือที่ที่ห่างไกลจากชายฝั่ง วัดใน กับวัดนอก(ชื่อวัด) วัดในก็ได้ย้ายขึ้นไปอยู่กลางทุ่งห่างจากทะเลพอสมควร วัดนอกเมื่อก่อนอยู่ห่างจากชายฝั่งมาก เดี๋ยวนี้คลื่นซัดเข้าวัดแล้ว หลายครอบครัวขายที่ดินไม่ได้ ไม่มีใครซื้อเพราะทุกคนรู้ว่าทะเลกินเนื้อที่แน่นอน ก็ต้องนั่งดูทะเลมันกินเนื้อที่ของตัวเองไป นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากว่า 50 ปีมาแล้ว และเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น ทะเลมันไม่เลือกหรอกนะ ว่าที่ตรงนั้นเป็นของกำนัน ของผู้ใหญ่บ้าน หรือของลูกบ้าน ทะเลมันกินเรียบหมดแหละครับ ก็ไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียนเรื่องทะเลรังแกประชาชนจากหน่วยงานใด นอกจากช่วยกันสร้างทำนบ พอสร้างได้ปีสองปี ทะเลก็เอาทำนบของเราลงไปในทะเลซะเลย แล้วคลื่นเล็กๆในทะเลก็กระซิบเยาะเย้ยเราว่า สร้างอีกซิ่...สร้างอีกซิ...กำลังหิวทำนบเล็กๆอยู่พอดีเลย.....คิดแล้วก็น่าร้องไห้

......เฮ้อ.....ใครล่ะจะไปแก้ธรรมชาติได้.......เนาะ


ค่ะ ขอบคุณนะค่ะสำหรับความคิดเห็นค่ะ
คือตอนนี้มันมีเขื่อนสลายพลังคลื่นอ่ะค่ะ
คือนำเสาไฟมาปักไว้เพื่อลดพลังคลื่นนะค่ะ
ซึ่งได้ผลค่ะ แต่ปัญหาอยุ่ที่งบนั่นแหละค่ะ
ใช่ค่ะ ถ้ารัฐบาลไม่ผลักดันให้เป็นปัญหาระดับชาติคงยากค่ะ
แต่ก็เข้าใจว่า ทางรัฐบาลเองก็คงงจะมีภาระที่ต้องแก้ปัญหาค่ะ
ยังไงก็ต้องขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะค่ะ ขอบคุณค่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3143 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย