ธรรมวาที ... อธรรมวาที


**************************
ปุจฉา : อะไรคือธรรมวาที อะไรคืออธรรมวาที เกี่ยวข้องกับอะไรคะ

วิสัชนา : มาดูความหมายกันก่อนนะคะ ว่า ๒ คำนี้ หมายถึงอะไร
และเกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์อย่างไร

ธรรมวาที แปลว่า ผู้มีปกติกล่าวธรรม / ผู้พูดเป็นธรรม / ผู้พูดตามธรรม / ผู้พูดตรงตามธรรมหรือพูดถูกต้องตามหลัก เป็นผู้ไม่พูดผิดธรรม ไม่พูดนอกหลักธรรม

อธรรมวาที แปลว่า ผู้กล่าวสิ่งที่มิใช่ธรรม / ผู้ไม่พูดตามหลัก ไม่พูดตามธรรม / ผู้พูดไม่เป็นธรรม ตรงกันข้ามกับผู้ไม่เป็นธรรมวาที

*****************
การอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก ย่อมเกิดความขัดเคือง ขัดแย้งกัน แม้แต่ในสมัยพุทธกาลก็มีเหตุที่ทำให้สงฆ์แตกความสามัคคี ทะเลาะเบาะแว้ง ทิ่มแทงกันด้วยวาจา บางครั้งถึงกับใช้มือทำร้ายกันในโรงภัตร พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนและทรงห้าม
**
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อสงฆ์แตกกันแล้ว แต่ยังทำกิจอันเป็นธรรม
เมื่อถ้อยคำไม่ชวนให้ชื่นชมต่อกันเป็นไปอยู่

พวกเธอพึงนั่งเหนืออาสนะ โดยนึกในใจว่า ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พวกเรา
จักไม่แสดงกายกรรม วจีกรรม อันไม่สมควรต่อกันและกัน
จักไม่ทำปรามาสกันด้วยมือ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อสงฆ์แตกกันแล้วแต่ยังทำกิจที่เป็นธรรม
เมื่อถ้อยคำอันชวนให้ชื่นชมต่อกันเป็นไปอยู่
พวกเธอพึงนั่งในแถวมีอาสนะอันหนึ่งคั่นในระหว่าง ฯลฯ

**********
แต่ภิกษุผู้เป็นอธรรมวาทีเหล่านั้นไม่เชื่อฟัง ซ้ำยังให้พระพุทธองค์อย่ามายุ่งเกี่ยวการขัดแย้งนั้น เป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากวิหารไปเพียงลำพังผู้เดียว โดยไม่มีรูปใดตามเสด็จ

ชาวเมืองโกสัมพีเมื่อไม่เห็นพระพุทธองค์ และรู้ว่ามีเหตุมาจากภิกษุขาดความสามัคคี ทะเลาะกัน จึงรวมตัวกันไม่ไหว้ ไม่ลุกรับ ไม่เคารพสักการะ ไม่นับถือ ไม่ถวายบิณฑบาต ทำให้ภิักษุเหล่านั้นเดือดร้อน จึงพากันเดินทางไปพระนครสาวัตถี เพื่อระงับอธิกรณ์นี้ในสำนักพระผู้มีพระภาค
.
เมื่อภิกษุจำนวนมากเดินทางไป พระสารีบุตรและบรรดาพุทธบริษัททั้ง ๔ ได้ทูลถามว่าจะปฏิบัติต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างไร ทรงตอบว่า
"ให้ทุกท่านดำรงอยู่ตามธรรม" โดยแสดง อธรรมวาที และธรรมวาที ให้พิจารณา (จากพระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕)

*******************
สารีบุตร เธอพึงทราบ "อธรรมวาทีภิกษุ" ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการ คือภิกษุในธรรมวินัยนี้ :-

๑. แสดงสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ... ว่าเป็นธรรม
๒. แสดงสิ่งที่เป็นธรรม ... ว่าไม่เป็นธรรม
๓. แสดงสิ่งที่ไม่เป็นวินัย ... ว่าเป็นวินัย
๔. แสดงสิ่งที่เป็นวินัย ... ว่าไม่เป็นวินัย
๕. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงภาษิตไว้ มิได้ตรัสไว้ ... ว่าพระตถาคตทรงภาษิตไว้ตรัสไว้
๖. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ ... ว่าพระตถาคตมิได้ทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้
๗. แสดงมรรยาทอันพระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา ... ว่าพระตถาคตทรงประพฤติมา
๘. แสดงมรรยาทอันพระตถาคตทรงประพฤติมาแล้ว ... ว่าพระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา
๙. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ ... ว่าอันพระตถาคตทรงบัญญัติไว้
๑๐. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ... ว่าพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้
๑๑. แสดงสิ่งที่มิใช่อาบัติ ... ว่าเป็นอาบัติ
๑๒. แสดงอาบัติ ... ว่าเป็นสิ่งมิใช่อาบัติ
๑๓. แสดงอาบัติเบา ... ว่าเป็นอาบัติหนัก
๑๔. แสดงอาบัติหนัก ... ว่าเป็นอาบัติเบา
๑๕. แสดงอาบัติมีส่วนเหลือ ... ว่าเป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
๑๖. แสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ... ว่าเป็นอาบัติมีส่วนเหลือ
๑๗. แสดงอาบัติชั่วหยาบ ... ว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๑๘. แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบ ... ว่าเป็นอาบัติชั่วหยาบ

สารีบุตร เธอพึงทราบอธรรมวาทีภิกษุ ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้แล


ที่มา : เพจ Hinghoi Noi

DT0003  Webmaster 
 DT0003 
 31 ธ.ค. 2559 เวลา 15:22 น.
 
 เปิดอ่านหน้านี้  202 
 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

Member Detail  Guest


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login

  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย