การเวียนว่ายตายเกิดไม่ใช่หลักคำสอนที่ต้องหลับหูหลับตาเชื่อ แต่เป็นกรอบทฤษฎีให้เราเข้าใจชีวิต
ฤดูแล้งวันหนึ่ง ขณะเสด็จดำเนินผ่านป่ากับพระสาวกกลุ่มหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงก้มลงกอบใบไม้มากำมือหนึ่ง แล้วทรงหันไปตรัสกับพระสาวกทั้งหลายว่า สิ่งที่พระตถาคตรัสรู้นั้นมีมากมายมหาศาลดุจดังใบไม้บนผืนป่า ทว่าสิ่งที่ทรงนำมาสอนนั้นมีน้อยนิดเปรียบได้กับใบไม้ในพระหัตถ์
ในวาระอื่น พระพุทธองค์ตรัสว่าทรงใช้หลักเกณฑ์เดียวในการเลือกเฟ้นคำสอน นั่นคือ ต้องยังความกระจ่างชัดในทุกข์หรือหนทางดับทุกข์
พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์เป็นดังใบไม้ในพระหัตถ์ เราจึงสรุปได้ว่าข้อธรรมในพระสูตรทุกข้อ ล้วนแต่ทรงคัดสรรแล้วว่ามีคุณค่าในทางปฏิบัติ สามารถเห็นผลได้จริง ข้อสรุปนี้รวมไปถึงคำสอนเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและภพภูมิในวัฏสงสาร
แม้ต้องยอมรับว่าเราไม่มีทางพิสูจน์ว่านรกสวรรค์มีจริง แต่เราก็พึงมองเรื่องนี้ด้วยความไว้วางใจในพระมหาปัญญาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่ทรงเลือกเฟ้นหลักธรรมให้เราได้ หรือถือเป็นสมมติฐานในการมองชีวิตและการปฏิบัติธรรม
การเวียนว่ายตายเกิดไม่ใช่หลักคำสอนที่ต้องหลับหูหลับตาเชื่อ แต่เป็นกรอบทฤษฎีให้เราเข้าใจชีวิต เป็นหลักธรรมที่เอื้อให้เกิดปัจจัยสู่ความก้าวหน้าบนหนทางดับทุกข์อันจะขาดเสียมิได้
ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร